หนีตายอย่างไร? พายุเศรษฐกิจ 2026 กระแทกไทยครั้งใหญ่
คำเตือนครั้งใหญ๋ "พายุเศรษฐกิจ" ลูกใหญ่จัดเต็ม "Perfect Storm" มาถึงไทยแล้วปีนี้ ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายเตรียมพร้อม ตั้งรับ ปรับตัวกันให้ดี จากหลายปัจจัยรุมเร้า ทั้งในประเทศที่อ่อนแอ และนอกประเทศที่ปั่นป่วน
พายุเศรษฐกิจกำลังมา คำเตือนครั้งใหญ่ที่เราทุกคนห้ามปล่อยผ่าน คนที่ออกโรงเตือนครั้งนี้ คือ คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่เผยทิศทางและแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยและภาคอุตสาหกรรมในบ้านเราปีนี้ว่ามีความเสี่ยงอย่างหนัก ปี 2569 จะเป็นปีที่ไทยต้องเจอกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และยังมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมกับนโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มงวดมากขึ้น
ขณะที่ในประเทศเองก็เจอกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างสะสมมาอย่างยาวนาน ดังนั้นประธานภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงเปรียบสถานการณ์นี้ว่าเป็นเสมือนการเผชิญกับพายุเศรษฐกิจหรือ “Perfect Storm” ที่มาท้าทายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ทางรอดสำหรับทุกคนตอนนี้ คือ “Reinvent Thailand” ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าไปที่การยกระดับภาคการผลิต จากเดิม คือ การรับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง และต้องทำไปควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด เพื่อไปช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ลดต้นทุนในระยะยาวได้ และยังช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
ส่วนในเชิงนโยบาย หรือการทำงานของภาครัฐ แนะนำว่าภาครัฐ ควรต้องเร่งใช้มาตรการสนับสนุน R&D หรือ Research and Development (การวิจัยและพัฒนา) รวมไปถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย SMEs และเร่งการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า Made in Thailand (MiT) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของงบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ขณะเดียวกันก็ต้องบังคับใช้มาตรการทางการค้าอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
นอกจากนี้ เมื่อพูดถึงโครงการรัฐ สิ่งมองข้ามไม่ได้เลย ก็คือ เรื่องของความโปร่งใส ประเทศไทยต้องไม่มีการทุจริต ต้องหลุดพ้นจากการคอรัปชั่น โดยทางประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ว่าภาครัฐควรต้องเร่งปฏิรูปกฎระเบียบและระบบราชการ ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม
และในขณะเดียวกันต้องช่วยกันผลักดัน BCG Model และอุตสาหกรรมชีวภาพเป้าหมาย 8 กลุ่ม ได้แก่ พลาสติกชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพ เคมีชีวภาพ ชีวเภสัชกรรม อาหารฟังก์ชันและอาหารใหม่ เส้นใยชีวภาพ เครื่องสำอาง และปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดจากฐานทรัพยากรชีวภาพของประเทศได้อย่างมีศักยภาพ
และภาครัฐต้องเร่งเจรจา FTA กระจายตลาดส่งออก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ พลังงาน และยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ
รวมไปถึงสิ่งสำคัญอีกด้านซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็คือ การพัฒนาคน หรือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยย้ำว่าต้องมีการเร่ง Upskill–Reskill–New Skill ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะทักษะด้าน STEM หรือการศึกษาที่บูรณาการ 4 สาขาวิชาหลัก ได้แก่ Science (วิทยาศาสตร์), Technology (เทคโนโลยี), Engineering (วิศวกรรมศาสตร์), และ Mathematics (คณิตศาสตร์) โดยผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา
สรุปข่าว
หนีตายอย่างไร? พายุเศรษฐกิจ 2026 กระแทกไทยครั้งใหญ่
คำเตือนครั้งใหญ๋ "พายุเศรษฐกิจ" ลูกใหญ่จัดเต็ม "Perfect Storm" มาถึงไทยแล้วปีนี้ ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายเตรียมพร้อม ตั้งรับ ปรับตัวกันให้ดี จากหลายปัจจัยรุมเร้า ทั้งในประเทศที่อ่อนแอ และนอกประเทศที่ปั่นป่วน
พายุเศรษฐกิจกำลังมา คำเตือนครั้งใหญ่ที่เราทุกคนห้ามปล่อยผ่าน คนที่ออกโรงเตือนครั้งนี้ คือ คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่เผยทิศทางและแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยและภาคอุตสาหกรรมในบ้านเราปีนี้ว่ามีความเสี่ยงอย่างหนัก ปี 2569 จะเป็นปีที่ไทยต้องเจอกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และยังมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมกับนโยบายการค้าและสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มงวดมากขึ้น
ขณะที่ในประเทศเองก็เจอกับข้อจำกัดเชิงโครงสร้างสะสมมาอย่างยาวนาน ดังนั้นประธานภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จึงเปรียบสถานการณ์นี้ว่าเป็นเสมือนการเผชิญกับพายุเศรษฐกิจหรือ “Perfect Storm” ที่มาท้าทายขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ทางรอดสำหรับทุกคนตอนนี้ คือ “Reinvent Thailand” ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยมุ่งเป้าไปที่การยกระดับภาคการผลิต จากเดิม คือ การรับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง และต้องทำไปควบคู่กับการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด เพื่อไปช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ลดต้นทุนในระยะยาวได้ และยังช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย
ส่วนในเชิงนโยบาย หรือการทำงานของภาครัฐ แนะนำว่าภาครัฐ ควรต้องเร่งใช้มาตรการสนับสนุน R&D หรือ Research and Development (การวิจัยและพัฒนา) รวมไปถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย SMEs และเร่งการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า Made in Thailand (MiT) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของงบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ขณะเดียวกันก็ต้องบังคับใช้มาตรการทางการค้าอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
นอกจากนี้ เมื่อพูดถึงโครงการรัฐ สิ่งมองข้ามไม่ได้เลย ก็คือ เรื่องของความโปร่งใส ประเทศไทยต้องไม่มีการทุจริต ต้องหลุดพ้นจากการคอรัปชั่น โดยทางประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ว่าภาครัฐควรต้องเร่งปฏิรูปกฎระเบียบและระบบราชการ ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม
และในขณะเดียวกันต้องช่วยกันผลักดัน BCG Model และอุตสาหกรรมชีวภาพเป้าหมาย 8 กลุ่ม ได้แก่ พลาสติกชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพ เคมีชีวภาพ ชีวเภสัชกรรม อาหารฟังก์ชันและอาหารใหม่ เส้นใยชีวภาพ เครื่องสำอาง และปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถต่อยอดจากฐานทรัพยากรชีวภาพของประเทศได้อย่างมีศักยภาพ
และภาครัฐต้องเร่งเจรจา FTA กระจายตลาดส่งออก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ พลังงาน และยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ
รวมไปถึงสิ่งสำคัญอีกด้านซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็คือ การพัฒนาคน หรือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยย้ำว่าต้องมีการเร่ง Upskill–Reskill–New Skill ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะทักษะด้าน STEM หรือการศึกษาที่บูรณาการ 4 สาขาวิชาหลัก ได้แก่ Science (วิทยาศาสตร์), Technology (เทคโนโลยี), Engineering (วิศวกรรมศาสตร์), และ Mathematics (คณิตศาสตร์) โดยผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา
"เศรษฐกิจไทย" เผาจริงปีนี้ ? หลายสำนักคาดจีดีพีเสี่ยงต่ำสุดในรอบหลายสิบปี
ปีที่แล้วเผาหลอก ปีนี้เผาจริง หลายคนได้ยินแบบนี้ แต่ถ้าดูจากตัวเลขคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ ต้องยอมรับว่า คำว่าเผาจริงดูไม่ห่างจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นเท่าไหร่นัก รวมไปถึงคาดการณ์จากเอกชน อย่าง กกร. ที่รวมตั้งแต่สภาอุต หอการค้า และสมาคมธนาคาร ก็ประเมินว่าจีดีพีปีนี้ตัวเลขที่มีโอกาสต่ำกว่าสองเปอร์เซ็นต์
ต้นปีที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6–2.0% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโตราว 2.0% สะท้อนแรงกดดันต่อภาคการผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ยังไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก
ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้า การสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า และการไหลเข้าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และต้องปรับลดกำลังการผลิตหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ
นอกจากนี้ ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่า หลายอุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ต่ำกว่าระดับปกติที่ควรอยู่ที่ 70–80% สะท้อนความเปราะบางของภาคการผลิตไทยในภาพรวม ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังคงเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ ค่าแรง และต้นทุนทางการเงิน ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้อย่างจำกัด และรายได้ของเอสเอ็มอีฟื้นตัวช้ากว่าธุรกิจขนาดใหญ่
ด้านภาคการส่งออกก็ถือว่าไม่ได้สดใสเท่าไหร่นัก โดย กกร. คาดว่าในปี 2569 อาจจะอยู่ที่ระดับติดลบ -1.5 ถึง 0.5% จากผลกระทบของสงครามการค้า และความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก มาตรการกีดกันทางการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมไปถึงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทำให้ไทยสูญเสียมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 1.4 แสนล้านบาท
จณะที่โครงสร้างการส่งออกของไทยที่ยังพึ่งพาสินค้ามูลค่าเพิ่มต่ำ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าและผันผวน รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า อาทิ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และกฎระเบียบว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ล้วนเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นโอกาสหรือด้านบวกก็ยังมีให้เห็นได้ในภายปี 2569 นี้ โดยเฉพาะภาคการลงทุนจากต่างประเทศ โดยกกร.ระบุว่า ยังมีสัญญาณบวกจาก การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และพลังงานสะอาด สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท จากกว่า 2,600 โครงการ โดยเป็นเงินลงทุนจากต่างประเทศกว่า 9.8 แสนล้านบาท ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพประเทศไทย
ทั้งนี้ ปี 2569 ถือเป็นทั้งปีแห่งความท้าทายและโอกาสที่ไทยต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งภายใต้กรอบ CRS ได้แก่ Competitiveness, Resilience และ Sustainability พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “ONE Thailand” เพื่อเปลี่ยนแรงกดดันจากความเปลี่ยนแปลงของโลกให้เป็นโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
- ปีนี้เผาจริง? "เศรษฐกิจไทย" อ่วมหนัก คาดจีดีพีร่วง เหลือแค่ 1.5% ชี้ส่งออกติดลบ ท่องเที่ยวฟื้นช้า กำลังซื้อจำกัด
- กกร. ห่วง GDP ปี 2569 โตต่ำกว่า 2% ในรอบ 30 ปี
- ถึงเวลา "ซื้อ" อย่างมีสติ บอกลาเทรนด์ "ของมันต้องมี" เมื่อเศรษฐกิจกดดันชีวิต ทุกบาทต้องคุ้มค่า
- 10 ธุรกิจดาวเด่น ประจำปี 2569 "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า" วิเคราะห์ผ่านข้อมูลจดทะเบียนและผลดำเนินงาน
- แผ่นดินไหว-น้ำท่วม ภัยพิบัติเขย่า "เศรษฐกิจไทย" บทเรียนครั้งใหญ่ของทุกคน "ที่สุดแห่งปี 2025"
ที่มาข้อมูล : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
ที่มารูปภาพ : TNN

