รู้จก "เควิน วอร์ช" มือหนึ่งการเงิน "ทรัมป์" จากหุ้นส่วน "เฮดจ์ฟันด์" สู่ว่าที่ "ประธานเฟด"

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้จก "เควิน วอร์ช" มือหนึ่งการเงิน "ทรัมป์" จากหุ้นส่วน "เฮดจ์ฟันด์" สู่ว่าที่ "ประธานเฟด"

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเสนอชื่อ เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบันซึ่งจะหมดวาระในเดือนพ.ค.ปีนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวแพร่สะพัดว่า ปธน.ทรัมป์ได้ลิสต์รายชื่อว่าที่ประธานเฟดไว้ถึง 4 ราย ได้แก่ เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว, คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด, ริก รีเดอร์ ผู้จัดการการลงทุนตราสารหนี้จากบริษัทแบล็คร็อค (BlackRock) และเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด

สรุปข่าว

นักวิเคราะห์บางรายแสดงความเห็นว่า หากธนาคารกลางสูญเสียความเป็นอิสระ มักจะถูกกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่อาจทำให้เงินเฟ้อรุนแรงขึ้นในระยะยาว

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเสนอชื่อ เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบันซึ่งจะหมดวาระในเดือนพ.ค.ปีนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวแพร่สะพัดว่า ปธน.ทรัมป์ได้ลิสต์รายชื่อว่าที่ประธานเฟดไว้ถึง 4 ราย ได้แก่ เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาว, คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด, ริก รีเดอร์ ผู้จัดการการลงทุนตราสารหนี้จากบริษัทแบล็คร็อค (BlackRock) และเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด

หลังจากปธน.ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ม.ค.) ว่าเขาได้ตัดสินใจเสนอชื่อวอร์ชให้นั่งตำแหน่งประธานเฟด ตลาดการเงินมีปฏิกริยาทันที โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นขานรับข่าวดังกล่าว ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดในวันศุกร์ลดลงเกือบ 180 จุด ส่วนราคาทองคำตลาด COMEX ทรุดตัวลง 11.39% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2526

การที่ปธน.ทรัมป์เสนอชื่อวอร์ชเป็นประธานเฟดนั้น ค่อนข้างสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด เนื่องจากที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ย้ำมาโดยตลอดว่าประธานเฟดคนใหม่จะต้องเป็นผู้ที่มีจุดยืนด้านการผ่อนคลายนโยบายการเงินแบบเชิงรุกและมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกับเขา แต่สำหรับวอร์ชนั้น นักลงทุนมองว่า แม้ในระยะสั้นวอร์ชอาจจะผลักดันให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ปธน.ทรัมป์ต้องการ แต่คาดว่าเขาจะไม่ทำตามความต้องการของผู้นำสหรัฐฯ ในทุกเรื่อง และจะรักษาความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงิน

หากวุฒิสภาสหรัฐฯ ให้การรับรอง วอร์ช วัย 55 ปี จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเฟดแทนพาวเวล ซึ่งจะหมดวาระในเดือนพ.ค. อย่างไรก็ดี วอร์ช ซึ่งเคยทำงานในวอลล์สตรีทและในรัฐบาลของอดีตจอร์จ ดับเบิลยู บุช ตลอดจนมีประสบการณ์ทั้งด้านการเงินและการกำหนดนโยบายนั้น อาจจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากนักเศรษฐศาสตร์และฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องการความมั่นใจว่า เขาจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามสภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่านั่นจะทำให้เขาไม่ลงรอยกับความต้องการของปธน.ทรัมป์ที่อยากเห็นอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำก็ตาม

วอร์ช เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2513 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และสำเร็จปริญญากฎหมายจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปัจจุบันเป็นนักวิชาการอยู่ที่สถาบันฮูเวอร์ (Hoover Institution) ซึ่งเป็นคลังสมองสายอนุรักษนิยม ณ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นอกจากนี้ เขายังทำงานเป็นหุ้นส่วนที่บริษัท Duquesne Family Office ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนที่ก่อตั้งโดยสแตนลีย์ ดรักเคนมิลเลอร์ มหาเศรษฐีและอดีตผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์

วอร์ชใช้เวลาช่วงต้นของอาชีพการทำงานที่ธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) และเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้กับอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช โดยในปี 2549 บุชได้แต่งตั้งวอร์ชให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด โดยเขาดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2554 ช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งนั้นคาบเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2551 ซึ่งเขาได้ช่วยดำเนินการเพื่อตอบสนองนโยบายของเฟดภายใต้การนำของเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟดในเวลานั้น

ปธน.ทรัมป์เคยพิจารณาที่จะแต่งตั้งวอร์ชเป็นประธานเฟดในสมัยแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2560 แต่ท้ายที่สุดเขาตัดสินใจเลือกแต่งตั้งพาวเวลแทน โดยปธน.ทรัมป์ได้กล่าวถึงพาวเวลในเวลานั้นว่า เป็น "ผู้สร้างฉันทามติ" และ "เข้าใจในสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจของเราเติบโต"

กระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความยกย่องวอร์ชบนทรูธโซเชียลหลังจากประกาศเสนอชื่อวอร์ชนั่งตำแหน่งประธานเฟดต่อจากพาวเวล โดยอ้างถึงประสบการณ์ของวอร์ชทั้งในภาครัฐและเอกชน

"ผมรู้จักเควินมานานแล้ว และไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเขาจะถูกจารึกว่าเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หรืออาจจะดีที่สุดด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น เขาคือคนที่มีบุคลิกเหมาะสมกับตำแหน่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ และเขาจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง" ปธน.ทรัมป์ระบุ

ด้านชีวิตส่วนตัวนั้น วอร์ชสมรสกับ เจน ลอเดอร์ บุตรสาวของโรนัลด์ ลอเดอร์ ทายาทของบริษัทเอสเต ลอเดอร์ (Estee Lauder) โดยมหาเศรษฐ๊โรนัลด์ ลอเดอร์ เป็นผู้บริจาครายใหญ่และเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของโดนัลด์ ทรัมป์

การเสนอชื่อวอร์ช เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เฟดเผชิญกับสถานการณ์ที่เปราะบาง เนื่องจากความท้าทายที่ซับซ้อนระหว่างเงินเฟ้อที่พุ่งสูงกับการจ้างงานที่ซบเซา การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจช่วยชะลอเงินเฟ้อ แต่ก็เสี่ยงที่จะทำให้ตลาดแรงงานชะลอตัวลงอีก ในขณะเดียวกันการลดอัตราดอกเบี้ยอาจช่วยกระตุ้นการจ้างงาน แต่ก็เสี่ยงที่จะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นด้วย

ในช่วงดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดในปลายทศวรรษ 2000 และต้นทศวรรษ 2010 นั้น วอร์ชได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่เฟด "สายเหยี่ยว" ในเรื่องอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหมายความว่าเขาสนับสนุนให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการรับประกันว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำและมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วอร์ชได้แสดงท่าทีสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยเขาไม่เห็นด้วยต่อการที่เฟดมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากมาตรการภาษีศุลกากรที่มีการประกาศใช้ในปีที่แล้ว

"ภาษีศุลกากรไม่ได้ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ" วอร์ชกล่าวกับ Fox Business ในเดือนก.ค.ปีที่แล้ว พร้อมเรียกร้องให้มีการ "เปลี่ยนขั้วอำนาจ" ในธนาคารกลาง

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม วอร์ชเคยส่งสัญญาณว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยควรอยู่ในวงจำกัด โดยในเดือนก.ย. 2547 วอร์ชคัดค้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ถึง 0.50% ตามที่นักวิเคราะห์บางรายต้องการ แต่ท้ายที่สุดแล้ว คณะกรรมการเฟดได้ตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยลง 0.50% ในครั้งนั้น

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า แนวทางด้านนโยบายการเงินที่วอร์ชจะนำมาใช้นั้น อาจขึ้นอยู่กับว่าเขามีความเต็มใจที่จะขัดแย้งกับปธน.ทรัมป์ที่ต้องการให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่หรือไม่ และคาดว่าเมื่อวอร์ชได้รับการรับรองจากวุฒิสภา เขาอาจจะต้องเข้ารับตำแหน่งท่ามกลางแรงกดดันที่รุนแรงจากปธน.ทรัมป์

เมื่อช่วงต้นเดือนม.ค. วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต รวมทั้งสมาชิกบางคนจากพรรครีพับลิกัน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์ได้ดำเนินการสอบสวนคดีอาญาต่อพาวเวล โดยทอม ทิลลิส สว.รีพับลิกันจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา กล่าวว่า เขาจะคัดค้านการเสนอชื่อวอร์ชให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด จนกว่าการสอบสวนคดีอาญาของรัฐบาลกลางต่อพาวเวลจะได้ข้อยุติอย่างสมบูรณ์

ด้านนักวิเคราะห์บางรายแสดงความเห็นกับ ABC News ว่า หากธนาคารกลางสูญเสียความเป็นอิสระ มักจะถูกกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่อาจทำให้เงินเฟ้อรุนแรงขึ้นในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : ข่าวต่างประเทศ

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top