
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรค กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากมีความกังวลว่า
หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้ อาจทำให้รู้ได้ว่าผู้ใช้สิทธิแต่ละคนลงคะแนนให้พรรคใด เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะไม่เป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และอาจส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะได้
สำหรับแนวทางทางกฎหมายนั้น หากจะร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องดำเนินการผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเอง ทำได้เพียงสั่งเลือกตั้งใหม่ หรือให้นับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะมี 2 เรื่องที่สั่งให้เป็นโมฆะ คือ ข้อแรก การไม่เป็นความลับ สามารถรู้ได้ และข้อสอง คือ เลือกตั้งไม่พร้อมกัน และถ้ามีข้อมูลเพียงพอก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
"เรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพราะการจะยื่นร้องอะไรไป ต้องมีหลักฐานให้ชัดเจน" นายชูศักดิ์ ระบุ
สรุปข่าว
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรค กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากมีความกังวลว่า
หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้ อาจทำให้รู้ได้ว่าผู้ใช้สิทธิแต่ละคนลงคะแนนให้พรรคใด เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะไม่เป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และอาจส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะได้
สำหรับแนวทางทางกฎหมายนั้น หากจะร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องดำเนินการผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเอง ทำได้เพียงสั่งเลือกตั้งใหม่ หรือให้นับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะมี 2 เรื่องที่สั่งให้เป็นโมฆะ คือ ข้อแรก การไม่เป็นความลับ สามารถรู้ได้ และข้อสอง คือ เลือกตั้งไม่พร้อมกัน และถ้ามีข้อมูลเพียงพอก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
"เรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพราะการจะยื่นร้องอะไรไป ต้องมีหลักฐานให้ชัดเจน" นายชูศักดิ์ ระบุ
ทางด้าน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาจัดการเลือกตั้ง อาจเริ่มสร้างความกังวลหลัง กกต.ยังไม่สามารถรายงานผลการเลือกตั้ง 100% ได้ แม้จะผ่านมาแล้ว 5 วัน ถือว่าล่าช้ากว่าการเลือกตั้งปี 2562 และ2566 ที่ใช้เวลา 4 วัน และ 1 วัน ขณะที่การรับรองผลเลือกตั้งทั้ง 2 รอบ ใช้เวลา 45 วันและ 36 วัน ตามลำดับ
ทั้งนี้ปัญหาเริ่มลุกลามจากเพียงการนับคะแนนไม่ถูกต้อง เป็นความเสี่ยงของการเลือกตั้งใหม่ หลังบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ มีบาร์โค้ด ซึ่งสามารถสืบย้อนไปยังต้นขั้วที่มีลายเซ็นต์ของผู้ลงคะแนน เสี่ยงว่าอาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง (ที่ต้องดำเนินการเป็นการลับ)
ดังนั้นการที่ตลาดปรับตัวขึ้นถึง 87 จุด หรือ 6.4% หลังทราบผลการเลือกตั้ง ทำให้เริ่มมีความเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไร จนกว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายยืนยันความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ล่าช้าจนเกิดความเสี่ยงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
- เพื่อไทยจ่อร้องผู้ตรวจฯ ปม QR Code บัตรเลือกตั้ง
- สปิริตเลือกตั้งญี่ปุ่น เมื่อบัตรเกินเพียงใบเดียว กกต. ก็พร้อมชี้แจงและขอโทษประชาชน
- “นับใหม่” หรือ “โมฆะ” ย้อนรอยบาดแผลเลือกตั้งไทย 20 ปี เลือกตั้ง 7 ครั้ง ถูกโมฆะ 2 ครั้ง
- ประเทศอื่น "เลือกตั้ง" อย่างไร ไม่ให้เกิด "บัตรเสีย" จำนวนมาก
- หวัง "รัฐบาลใหม่" เพิ่มกำลังซื้อ-เร่งลงทุน "หอการค้าฯ" เผยคนมองเศรษฐกิจไทยแย่
ที่มาข้อมูล : บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth

