เลือกตั้งส่อโมฆะ โบรกฯ เตือนระวังเเรงขาย หลังตลาดพุ่ง 87 จุด +6.4%

Share on Line Share on Facebook Share on X
เลือกตั้งส่อโมฆะ โบรกฯ เตือนระวังเเรงขาย หลังตลาดพุ่ง 87 จุด +6.4%

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรค กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากมีความกังวลว่า 


หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้ อาจทำให้รู้ได้ว่าผู้ใช้สิทธิแต่ละคนลงคะแนนให้พรรคใด เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะไม่เป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และอาจส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะได้


สำหรับแนวทางทางกฎหมายนั้น หากจะร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องดำเนินการผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเอง ทำได้เพียงสั่งเลือกตั้งใหม่ หรือให้นับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา


นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะมี 2 เรื่องที่สั่งให้เป็นโมฆะ คือ ข้อแรก การไม่เป็นความลับ สามารถรู้ได้ และข้อสอง คือ เลือกตั้งไม่พร้อมกัน และถ้ามีข้อมูลเพียงพอก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


"เรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพราะการจะยื่นร้องอะไรไป ต้องมีหลักฐานให้ชัดเจน" นายชูศักดิ์ ระบุ 

สรุปข่าว

โบรกฯ ชี้ปัญหาเลือกตั้งล่าช้า เสี่ยงบานปลายสู่การเลือกตั้งใหม่ หลังบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ มีบาร์โค้ด อาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง ด้านฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย จ่อร้องเลือกตั้งโมฆะ!

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรค กำลังรวบรวมข้อเท็จจริงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากมีความกังวลว่า 


หากบาร์โค้ดสามารถเชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้งได้ อาจทำให้รู้ได้ว่าผู้ใช้สิทธิแต่ละคนลงคะแนนให้พรรคใด เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะไม่เป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และอาจส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะได้


สำหรับแนวทางทางกฎหมายนั้น หากจะร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องดำเนินการผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเอง ทำได้เพียงสั่งเลือกตั้งใหม่ หรือให้นับคะแนนใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา


นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะมี 2 เรื่องที่สั่งให้เป็นโมฆะ คือ ข้อแรก การไม่เป็นความลับ สามารถรู้ได้ และข้อสอง คือ เลือกตั้งไม่พร้อมกัน และถ้ามีข้อมูลเพียงพอก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


"เรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพราะการจะยื่นร้องอะไรไป ต้องมีหลักฐานให้ชัดเจน" นายชูศักดิ์ ระบุ 

ทางด้าน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาจัดการเลือกตั้ง อาจเริ่มสร้างความกังวลหลัง กกต.ยังไม่สามารถรายงานผลการเลือกตั้ง 100% ได้ แม้จะผ่านมาแล้ว 5 วัน ถือว่าล่าช้ากว่าการเลือกตั้งปี 2562 และ2566 ที่ใช้เวลา 4 วัน และ 1 วัน ขณะที่การรับรองผลเลือกตั้งทั้ง 2 รอบ ใช้เวลา 45 วันและ 36 วัน ตามลำดับ


ทั้งนี้ปัญหาเริ่มลุกลามจากเพียงการนับคะแนนไม่ถูกต้อง เป็นความเสี่ยงของการเลือกตั้งใหม่ หลังบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ มีบาร์โค้ด ซึ่งสามารถสืบย้อนไปยังต้นขั้วที่มีลายเซ็นต์ของผู้ลงคะแนน เสี่ยงว่าอาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง (ที่ต้องดำเนินการเป็นการลับ)


ดังนั้นการที่ตลาดปรับตัวขึ้นถึง 87 จุด หรือ 6.4% หลังทราบผลการเลือกตั้ง ทำให้เริ่มมีความเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไร จนกว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายยืนยันความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ล่าช้าจนเกิดความเสี่ยงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

sticky-bar-top