
สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ในวันนี้ (20 ก.พ.) เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เร่งปราบปรามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจี้ให้ถอนรากถอนโคนการทุจริตที่ฝังรากลึกในธุรกิจต้มตุ๋นที่ทำกำไรมหาศาล และดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรที่อยู่เบื้องหลัง
สรุปข่าว
สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ในวันนี้ (20 ก.พ.) เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เร่งปราบปรามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจี้ให้ถอนรากถอนโคนการทุจริตที่ฝังรากลึกในธุรกิจต้มตุ๋นที่ทำกำไรมหาศาล และดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรที่อยู่เบื้องหลัง
รายงานการสอบสวนแรงงานบังคับที่ศูนย์หลอกลวงในประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงปี 2564-2565 ตอกย้ำให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ที่โหดร้ายของเหล่าคนงาน โดยมีผู้ถูกลงโทษทั้งด้วยการจับแช่น้ำนานหลายชั่วโมง ถูกบังคับให้ยืนดูหรือไม่ก็ต้องเป็นผู้ลงมือทำร้ายคนอื่นด้วยกันเพื่อเป็นการข่มขู่ให้ยอมจำนน และถูกบังคับให้อดอาหาร
นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมและรายงานในพื้นที่ยังบ่งชี้ว่า เกือบ 3 ใน 4 ของฐานสแกมเมอร์ตั้งอยู่ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเริ่มขยายตัวไปยังกลุ่มประเทศแถบหมู่เกาะแปซิฟิก เอเชียใต้ รัฐอ่าวอาหรับ แอฟริกาตะวันตก และทวีปอเมริกา
ขณะเดียวกัน รายงานยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ชายแดนในบางพื้นที่ อาจมีส่วนรู้เห็นหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ด้วย
- "สหรัฐฯ" จ่ายหนี้ "UN" 160 จากยอด 4,000 ล้านดอลลาร์ ยันพร้อมสนับสนุน เร่งศักยภาพ
- โรมชี้จิ๊กซอว์ปราบสแกมเมอร์ที่หายไป คือเจตจำนงทางการเมือง
- เลขาฯ ยูเอ็นเตือน สหประชาชาติเสี่ยง "ล้มละลาย" หลังสมาชิกไม่จ่ายเงินสมทบ
- อาเซียนไม่รับรองผลเลือกตั้งในเมียนมา
- ยูเอ็นยินดีหยุดยิงไทย-กัมพูชา ชื่นชมมาเลเซีย จีน สหรัฐฯ ช่วยแก้ปัญหาสันติ
