วิกฤต “อิหร่าน” เศรษฐกิจติดลบ แบกต้นทุนสงคราม

Share on Line Share on Facebook Share on X

ภาพรวมเศรษฐกิจของอิหร่านก่อนเข้าสู่ไฟสงครามวันนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากความแข็งแกร่ง แต่เป็นภาพของการถดถอย และความไม่พอใจของประชาชนภายในประเทศเพิ่มขึ้น

 

รายงานล่าสุดของ World Bank ประเมินว่า เศรษฐกิจอิหร่านจะหดตัวประมาณ 1.7% ในปี 2568 และมีแนวโน้มติดลบลึกขึ้นถึง 2.8% ในปี 2569 โดยมาจากโครงสร้างที่อ่อนแอที่กัดกินประเทศมายาวนาน ไม่ใช่เพียงแค่เกิดจากแรงกระแทกของราคาน้ำมันที่ผันผวน หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น  

สรุปข่าว

เกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจของอิหร่าน ก่อนมาถึงสงครามในวันนี้ อิหร่านเจอกับวิกฤต จีดีพีติดลบต่อเนื่อง เงินเฟ้อพุ่ง ค่าเงินดิ่ง และวันนี้ต้นทุนการทำสงครามได้สร้างแรงซ้ำเติมอีกหรือไม่

ภาพรวมเศรษฐกิจของอิหร่านก่อนเข้าสู่ไฟสงครามวันนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากความแข็งแกร่ง แต่เป็นภาพของการถดถอย และความไม่พอใจของประชาชนภายในประเทศเพิ่มขึ้น

 

รายงานล่าสุดของ World Bank ประเมินว่า เศรษฐกิจอิหร่านจะหดตัวประมาณ 1.7% ในปี 2568 และมีแนวโน้มติดลบลึกขึ้นถึง 2.8% ในปี 2569 โดยมาจากโครงสร้างที่อ่อนแอที่กัดกินประเทศมายาวนาน ไม่ใช่เพียงแค่เกิดจากแรงกระแทกของราคาน้ำมันที่ผันผวน หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น  

โครงสร้างเศรษฐกิจของอิหร่านพึ่งพาพลังงานอย่างหนัก รายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของงบประมาณรัฐ ในบางช่วงเวลาสัดส่วนรายได้จากพลังงานคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด 

 

ดังนั้นความเปราะบางก็ชัดเจน เพราะเมื่อถูกจำกัดการส่งออกจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่มีการถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 และฟื้นมาตรการกดดันอิหร่านไปขั้นสูงสุด  

เมื่อรายได้จากน้ำมันลดลง ขณะที่รายจ่ายภาครัฐกลับลดลงได้ยาก รัฐบาลต้องแบกรับภาระอุดหนุนพลังงาน ค่าแรงภาครัฐ สวัสดิการพื้นฐาน และงบความมั่นคง ผลลัพธ์คือการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องหลายปี

 

และเพื่อแก้ปัญหา เพื่ออุดช่องว่างงบประมาณ ทางออก คือ อิหร่านใช้วิธีการกู้ภายในประเทศและเพิ่มปริมาณเงินในระบบ นโยบายลักษณะนี้ช่วยพยุงสภาพคล่องระยะสั้น แต่สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะกลางและระยะยาว เพราะปริมาณเงินเพิ่มเร็วกว่าการเติบโตของผลผลิตจริง

ที่มาข้อมูล : TNN WEALTH

ที่มารูปภาพ : canva