
จูลี โคแซก โฆษกหญิงของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า IMF กำลังติดตามสถานการณ์ของสงครามอิหร่านและผลกระทบที่ทำให้การผลิตพลังงานเผชิญภาวะชะงักงัน พร้อมเตือนว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นเป็นเวลานานอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นและทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โคแซกกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ IMF ยังไม่ได้รับคำขออย่างเป็นทางการสำหรับการสนับสนุนเงินทุนฉุกเฉิน แต่ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศสมาชิก โดยเธอกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของ IMF กำลังหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิก ตลอดจนสถาบันระดับภูมิภาคต่าง ๆ
โฆษก IMF กล่าวว่า ผลกระทบของสงครามจะขึ้นอยู่กับระยะเวลา ความรุนแรง และขอบเขตของความขัดแย้ง โดย IMF จะนำผลกระทบจากสงครามบรรจุไว้ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับปรับปรุง ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงกลางเดือนเม.ย. ระหว่างการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF และธนาคารโลก
สรุปข่าว
จูลี โคแซก โฆษกหญิงของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า IMF กำลังติดตามสถานการณ์ของสงครามอิหร่านและผลกระทบที่ทำให้การผลิตพลังงานเผชิญภาวะชะงักงัน พร้อมเตือนว่าราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นเป็นเวลานานอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นและทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โคแซกกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ IMF ยังไม่ได้รับคำขออย่างเป็นทางการสำหรับการสนับสนุนเงินทุนฉุกเฉิน แต่ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศสมาชิก โดยเธอกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของ IMF กำลังหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิก ตลอดจนสถาบันระดับภูมิภาคต่าง ๆ
โฆษก IMF กล่าวว่า ผลกระทบของสงครามจะขึ้นอยู่กับระยะเวลา ความรุนแรง และขอบเขตของความขัดแย้ง โดย IMF จะนำผลกระทบจากสงครามบรรจุไว้ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับปรับปรุง ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงกลางเดือนเม.ย. ระหว่างการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF และธนาคารโลก
ทั้งนี้ โคแซกกล่าวว่า ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งขึ้น 50% ในเดือนที่แล้ว โดยราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ การขนส่งปุ๋ยยังหยุดชะงัก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เมื่อรวมกับอุปสรรคด้านการขนส่ง ได้เพิ่มความเสี่ยงที่อาจทำให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของสถานการณ์
โคแซกอ้างถึง Rule of Thumb ของ IMF ซึ่งระบุว่า ทุก ๆ 10% ของราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น หากสภาวะดังกล่าวคงอยู่เป็นเวลาประมาณ 1 ปี จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้น 0.4% รวมถึงทำให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจลดลง 0.1% - 0.2% และหากราคาน้ำมันยังคงยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์เป็นเวลา 1 ปี ก็จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเงินเฟ้อและผลผลิตทางเศรษฐกิจทั่วโลก
ทั้งนี้ โฆษก IMF กล่าวเสริมว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดว่า นอกเหนือจากราคาพลังงานแล้ว มีปัจจัยอื่นที่ทำให้เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ และการคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้หรือไม่
- พลังงานปี 68 ลด 1.6% สวนทาง “น้ำมันเครื่องบิน” โตแรง รับท่องเที่ยวฟื้นตัว
- เมื่อ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เดือด! ปิดเส้นเลือดพลังงานโลก นานาชาติเร่งปรับเกมพลังงานครั้งใหญ่
- เปิดเหตุผล "เฟด" ไม่กังวล "Stagflation" "สงครามอิหร่าน" ยังไม่พลิกดอกเบี้ย
- "เฟด" ผู้กุมชะตาโลก สินทรัพย์ไหน "อยู่หรือไป" จับตาประชุม "ดอกเบี้ย" พลิกหรือไม่
- รู้แต่ไม่ทำ! พฤติกรรมสวนทาง ดันวิกฤตโลกร้อนหนักขึ้น
ที่มาข้อมูล : กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
