
การประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันนี้ (9 เม.ย.69) มีวาระเรื่องด่วน คือ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลาประมาณ 08.50 น. ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่ เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยมีนโยบายที่น่าสนใจ ดังนี้
เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เช่น
- จัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็น และไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ
คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 5 นโยบายแห่งรัฐ
1.ด้านเศรษฐกิจ
-สร้างโอกาสเริ่มต้นและเติบโต อย่างทั่วถึง เท่าเทียม
-ปรับโครงสร้างให้เติบโต แข่งขันได้ พ้นกับดักรายได้ปานกลาง
-เชื่อมไทยสู่โลก สร้างพันธมิตรการค้า
-เปลี่ยน “เกษตรดั้งเดิม” สู่ “เกษตรแม่นยำ” ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย
-ยกระดับเที่ยวไทย จาก “ปริมาณ” สู่ “มูลค่า” สูง
2.ด้านต่างประเทศและความมั่นคง
-เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นไทย ในเวทีโลก
-เสริมสร้างเสถียรภาพกับทุกขั้วอำนาจ ยึดประโยชน์ไทยเป็นที่ตั้ง
-ขับเคลื่อน “การทูตเศรษฐกิจ” ขยายโอกาสให้คนไทย
-เสริมความมั่นคงชายแดน ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ
-สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ประชาชน
-พัฒนาระบบป้องกันประเทศและศักยภาพกองทัพ
-พัฒนาระบบทหารอาสา ปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร
3.ด้านสังคม
-เรียนฟรีจริง มีงานทำ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
-รักษาทุกที่ ได้ทันที
-สร้างเสริมสถาบันครอบครัว ชุมชนเข้มแข็ง
4.ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
-บริหารน้ำ ป้องกันภัยพิบัติเป็นระบบ
-พัฒนาระบบ “ประกันภัยพิบัติ” แห่งชาติ
-ผลักดันการบรรลุเป้า ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็น ศูนย์
-อนุรักษ์-ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างสมดุล
5.ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
-ราชการทันใจ ลดภาระประชาชน
-ปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยการเงิน-คลัง
-พัฒนากฎหมายให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น
-แก้คอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
สรุปข่าว
การประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันนี้ (9 เม.ย.69) มีวาระเรื่องด่วน คือ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลาประมาณ 08.50 น. ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่ เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยมีนโยบายที่น่าสนใจ ดังนี้
เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เช่น
- จัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็น และไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ
คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา 5 นโยบายแห่งรัฐ
1.ด้านเศรษฐกิจ
-สร้างโอกาสเริ่มต้นและเติบโต อย่างทั่วถึง เท่าเทียม
-ปรับโครงสร้างให้เติบโต แข่งขันได้ พ้นกับดักรายได้ปานกลาง
-เชื่อมไทยสู่โลก สร้างพันธมิตรการค้า
-เปลี่ยน “เกษตรดั้งเดิม” สู่ “เกษตรแม่นยำ” ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย
-ยกระดับเที่ยวไทย จาก “ปริมาณ” สู่ “มูลค่า” สูง
2.ด้านต่างประเทศและความมั่นคง
-เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นไทย ในเวทีโลก
-เสริมสร้างเสถียรภาพกับทุกขั้วอำนาจ ยึดประโยชน์ไทยเป็นที่ตั้ง
-ขับเคลื่อน “การทูตเศรษฐกิจ” ขยายโอกาสให้คนไทย
-เสริมความมั่นคงชายแดน ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ
-สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ประชาชน
-พัฒนาระบบป้องกันประเทศและศักยภาพกองทัพ
-พัฒนาระบบทหารอาสา ปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร
3.ด้านสังคม
-เรียนฟรีจริง มีงานทำ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
-รักษาทุกที่ ได้ทันที
-สร้างเสริมสถาบันครอบครัว ชุมชนเข้มแข็ง
4.ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
-บริหารน้ำ ป้องกันภัยพิบัติเป็นระบบ
-พัฒนาระบบ “ประกันภัยพิบัติ” แห่งชาติ
-ผลักดันการบรรลุเป้า ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็น ศูนย์
-อนุรักษ์-ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างสมดุล
5.ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
-ราชการทันใจ ลดภาระประชาชน
-ปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยการเงิน-คลัง
-พัฒนากฎหมายให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น
-แก้คอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง
5 กลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)
1. ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต: โอกาสที่ทุกกลุ่มเข้าถึง เศรษฐกิจมั่นคง ยั่งยืน ดันดิจิทัล – AI สร้างอนาคต กติกาทันสมัย แข่งขันได้
2. ด้านการผลิต การค้าและบริการ เพิ่มผลิตภาพ คุณภาพสูง: เชื่อมโยงห่วงโซ่ผลิต – การตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า-บริการ
3. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: โครงสร้างแข็งแกร่ง มุ่งสู่ Net Zero 2050 เพิ่มขีดแข่งขันโลก
4. ด้านสังคมและสวัสดิการ: สมดุลการคลัง – สวัสดิการ ยกระดับทุนมนุษย์
5. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง: ยกระดับสถานะไทยในเวทีโลก พร้อมรับภัยคุกคามสมัยใหม่
ส่วนการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ยังคงเดินต่อตามแนวทางด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และ ทบทวนนโยบายการตรวจลงตรา (Free Visa)และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ อาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบ รวมถึงการฟอกเงินและทุนเทา
และ ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จะดำเนินการโดยยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยการดำเนินนโยบายจะใช้จ่าย จากแหล่งเงินงบประมาณ และเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินกู้กองทุนหมุนเวียน การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน การระดมทุน ผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก และจะใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครั ดด้วยความรอบคอบ กำกับการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมให้เกิดการบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐให้มีความคุ้มค่าโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน และลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว
และในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอย้ำว่า ความท้าทายและความผันผวน ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในวันนี้ และอนาคตอันใกล้ เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับหากเราหยุดนิ่ง จะยิ่งทำให้ประเทศถดถอย รัฐบาลพร้อมเติมเต็ม และทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคน มีส่วนร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศไทยในระยะยาว
"กระผมจะทำทุกวิธีทาง เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย" นายกรัฐมนตรี กล่าว
- “อนุทิน” แถลงนโยบายรัฐบาล ย้ำ 3 หลักบริหาร รับมือวิกฤตโลก-พลังงานผันผวน
- นายกฯ ปลุกใจ 3 รมช. มหาดไทย ย้ำทำงานเชิงรุกลุยหนักเหมือน รัฐมนตรีว่าการ"
- คลังจับมือสภาพัฒน์ ประเมินผลสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย
- "สงคราม" ไทยกระทบหนัก GDP เหลือโต 1.2-1.6% "กกร." เร่งรัฐบาลบรรเทาผลกระทบ
- ไมโครซอฟท์มาไทย เข้าพบนายกฯ อนุทิน ประกาศลงทุนมากกว่า 32,000 ล้านบาท รวมเทคโนโลยี ความมั่นคง และบุคลากร
ที่มาข้อมูล : ที่ประชุมรัฐสภา
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
