"ทรัมป์" อ้างอิหร่านต้องการทำข้อตกลง หลังถูกสหรัฐฯ ปิดฮอร์มุซ

Share on Line Share on Facebook Share on X
"ทรัมป์" อ้างอิหร่านต้องการทำข้อตกลง หลังถูกสหรัฐฯ ปิดฮอร์มุซ

อยากจบสงคราม? ทรัมป์ เผย อิหร่าน ต้องการทำข้อตกลง หลังถูกปิดล้อม "ช่องแคบฮอร์มุซ"


ความคืบหน้าประเด็นสงครามตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อปิดกั้นไม่ให้เรือเข้าออกท่าเรือของอิหร่าน โดยมาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น. ของวันจันทร์ 13 เมษายน ตามเวลาไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญแห่งนี้อีกครั้ง


รอยเตอร์รายงานว่ากองทัพสหรัฐ เริ่มปิดล้อมเรือที่ออกจากท่าเรือของอิหร่านแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐฯจะปิดกั้นเรือของอิหร่าน รวมถึงเรือลำใดก็ตามที่ยอมจ่ายค่าผ่านทาง และบอกว่าเรือโจมตีของอิหร่านที่เข้าใกล้แนวปิดล้อมจะถูกทำลาย โดยกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า การปิดล้อมจะถูกบังคับใช้อย่างเป็นกลางกับเรือของทุกประเทศที่เข้าออกท่าเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน และจะไม่ขัดขวางเรือที่ไปยังหรือมาจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่าน


ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (13 เมษายน) โดยอ้างว่าอิหร่าน "ต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก" ขณะที่สื่อรายงานว่าสหรัฐฯ เองก็ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน


ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เราได้รับการติดต่อจากอีกฝ่ายหนึ่ง พวกเขาต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติสงครามได้ภายในสิ้นสุดระยะเวลาของข้อตกลงหยุดยิง มันจะไม่ใช่เรื่องน่ารื่นรมย์สำหรับพวกเขาแน่


ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า จุดที่เป็นปัญหาในการเจรจากับอิหร่าน คือ เรื่องนิวเคลียร์ พร้อมกับกล่าวว่าลำดับความสำคัญของสหรัฐฯ คือ การนำยูเรเนียมของอิหร่านที่เสริมสมรรถนะแล้วนั้น กลับคืนมา ไม่ว่าเราจะได้รับคืนจากพวกเขา หรือเราจะไปเอามาเองก็ตาม


ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งจัดขึ้นที่ปากีสถานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (11 เมษายน) ทรัมป์ระบุว่า เราได้มีการตกลงกันในหลายเรื่อง แต่พวกเขาไม่ยอมตกลงในเรื่องนิวเคลียร์ และผมคิดว่าพวกเขาจะยอมตกลง ผมมั่นใจ แต่ถ้าพวกเขาไม่ยอมตกลง ก็จะไม่มีการทำข้อตกลง จะไม่มีวันมีข้อตกลงเกิดขึ้น


อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่าทางฝ่ายสหรัฐฯ ตกลงที่จะเจรจาสันติภาพกับอิหร่านอีกรอบก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เมษายนนี้หรือไม่ แต่สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างยังคงเปิดช่องไว้สำหรับการเจรจาเพิ่มเติม


เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวของ CNN ในวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ระหว่างการเจรจา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามหาทางออกทางการทูตเพื่อยุติสงคราม โดย CNN ระบุว่า ตัวกลางจากปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี กำลังพยายามฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เมษายนนี้


ขณะที่แหล่งข่าวในภูมิภาคเปิดเผยกับ Axios ซึ่งเป็นสำนักข่าวออนไลน์ของสหรัฐฯ ระบุว่า เรายังไม่ได้อยู่ในภาวะทางตันโดยสมบูรณ์ ประตูยังไม่ปิดลงเสียทีเดียว ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังต่อรองกัน สถานการณ์ตอนนี้เป็นเหมือนกับตลาดซื้อขายที่ต้องมีการต่อรองราคากัน


นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีและอียิปต์ได้แยกกันต่อสายตรงถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน จากนั้นทั้งคู่จึงได้หารือกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทำเนียบขาว และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน



สรุปข่าว

ทรัมป์ เผย อิหร่านต้องการทำข้อตกลง หลังถูกปิดฮอร์มุซ

อยากจบสงคราม? ทรัมป์ เผย อิหร่าน ต้องการทำข้อตกลง หลังถูกปิดล้อม "ช่องแคบฮอร์มุซ"


ความคืบหน้าประเด็นสงครามตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อปิดกั้นไม่ให้เรือเข้าออกท่าเรือของอิหร่าน โดยมาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น. ของวันจันทร์ 13 เมษายน ตามเวลาไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญแห่งนี้อีกครั้ง


รอยเตอร์รายงานว่ากองทัพสหรัฐ เริ่มปิดล้อมเรือที่ออกจากท่าเรือของอิหร่านแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐฯจะปิดกั้นเรือของอิหร่าน รวมถึงเรือลำใดก็ตามที่ยอมจ่ายค่าผ่านทาง และบอกว่าเรือโจมตีของอิหร่านที่เข้าใกล้แนวปิดล้อมจะถูกทำลาย โดยกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า การปิดล้อมจะถูกบังคับใช้อย่างเป็นกลางกับเรือของทุกประเทศที่เข้าออกท่าเรือของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน และจะไม่ขัดขวางเรือที่ไปยังหรือมาจากท่าเรือที่ไม่ใช่ของอิหร่าน


ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (13 เมษายน) โดยอ้างว่าอิหร่าน "ต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก" ขณะที่สื่อรายงานว่าสหรัฐฯ เองก็ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน


ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เราได้รับการติดต่อจากอีกฝ่ายหนึ่ง พวกเขาต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติสงครามได้ภายในสิ้นสุดระยะเวลาของข้อตกลงหยุดยิง มันจะไม่ใช่เรื่องน่ารื่นรมย์สำหรับพวกเขาแน่


ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า จุดที่เป็นปัญหาในการเจรจากับอิหร่าน คือ เรื่องนิวเคลียร์ พร้อมกับกล่าวว่าลำดับความสำคัญของสหรัฐฯ คือ การนำยูเรเนียมของอิหร่านที่เสริมสมรรถนะแล้วนั้น กลับคืนมา ไม่ว่าเราจะได้รับคืนจากพวกเขา หรือเราจะไปเอามาเองก็ตาม


ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งจัดขึ้นที่ปากีสถานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (11 เมษายน) ทรัมป์ระบุว่า เราได้มีการตกลงกันในหลายเรื่อง แต่พวกเขาไม่ยอมตกลงในเรื่องนิวเคลียร์ และผมคิดว่าพวกเขาจะยอมตกลง ผมมั่นใจ แต่ถ้าพวกเขาไม่ยอมตกลง ก็จะไม่มีการทำข้อตกลง จะไม่มีวันมีข้อตกลงเกิดขึ้น


อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่าทางฝ่ายสหรัฐฯ ตกลงที่จะเจรจาสันติภาพกับอิหร่านอีกรอบก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เมษายนนี้หรือไม่ แต่สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างยังคงเปิดช่องไว้สำหรับการเจรจาเพิ่มเติม


เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวของ CNN ในวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ระหว่างการเจรจา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามหาทางออกทางการทูตเพื่อยุติสงคราม โดย CNN ระบุว่า ตัวกลางจากปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี กำลังพยายามฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เมษายนนี้


ขณะที่แหล่งข่าวในภูมิภาคเปิดเผยกับ Axios ซึ่งเป็นสำนักข่าวออนไลน์ของสหรัฐฯ ระบุว่า เรายังไม่ได้อยู่ในภาวะทางตันโดยสมบูรณ์ ประตูยังไม่ปิดลงเสียทีเดียว ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังต่อรองกัน สถานการณ์ตอนนี้เป็นเหมือนกับตลาดซื้อขายที่ต้องมีการต่อรองราคากัน


นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีและอียิปต์ได้แยกกันต่อสายตรงถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน จากนั้นทั้งคู่จึงได้หารือกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทำเนียบขาว และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน



ขณะที่สำนักข่าว CNBC รายงานว่าเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ขณะนี้การตัดสินใจอยู่ในมือของอิหร่าน หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดยเขาชี้ว่าสหรัฐได้เสนอเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว และอนาคตของการเจรจาจะขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาลเตหะรานว่าจะพร้อมเดินหน้าต่อหรือไม่


แวนซ์ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า หากอิหร่านยอมรับเส้นแดงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ ก็มีโอกาสที่จะเกิดข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่นำไปสู่เสถียรภาพระยะยาว ไม่ใช่เพียงการประนีประนอมระยะสั้น


พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 14 วัน คือการที่อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน และหากอิหร่านไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าว ก็อาจส่งผลต่อทิศทางการเจรจาในระยะต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ


ในประเด็นหลักของการเจรจา สหรัฐและอิหร่านยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องสำคัญของทรัมป์ที่ยืนยันว่าไม่สามารถต่อรองได้ ได้แก่ การนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกจากอิหร่าน และการจัดตั้งกลไกตรวจสอบเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์


อย่างไรก็ตามรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยอมรับว่าการเจรจามีสัญญาณเชิงบวก เนื่องจากอิหร่านเริ่มขยับเข้าใกล้ข้อเสนอของสหรัฐฯ มากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้เดินทางกลับประเทศของตน และขณะนี้ขึ้นอยู่กับอิหร่านว่าจะเลือกเดินหน้าการเจรจาต่อหรือไม่


นอกจากนี้ ทิ้งท้ายว่า ยังมีโอกาสสำหรับข้อตกลงครั้งใหญ่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย แต่ก้าวสำคัญต่อจากนี้ต้องมาจากอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ได้แสดงจุดยืนและเสนอเงื่อนไขอย่างจริงจังแล้ว เหลือเพียงการตัดสินใจของเตหะรานว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธเส้นทางสู่ข้อตกลงดังกล่าว

          


พลจัตวาเรซา ตาลาอีนิก โฆษกกระทรวงกลาโหมอิหร่าน ออกมาเตือนว่า การที่กองทัพต่างชาติพยายามเข้ามาควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ จะยิ่งทำให้วิกฤตและความไม่มั่นคงด้านพลังงานโลกทวีความรุนแรงขึ้น โดยระบุว่าการกระทำของสหรัฐฯถือเป็นการละเมิดสิทธิทางทะเล และถ้าหากท่าเรือของอิหร่านถูกคุกคาม ก็จะไม่มีท่าเรือใดในอ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวโอมานที่ปลอดภัยอีกต่อไป

          

เช่นเดียวกับ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน  IRGC ประกาศว่า เรือรบใดก็ตามที่เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

          

ขณะที่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) รวมถึง สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ได้ออกมาเคลื่อนไหว ระบุว่าจะไม่เข้าร่วมในความขัดแย้งด้วยการมีส่วนในมาตรการปิดล้อม พร้อมเน้นถึงความจำเป็นในการเปิดช่องแคบอีกครั้ง

ที่มาข้อมูล : Reuters CNN CNBC BBC

ที่มารูปภาพ : TNN