ประเมินเกมจิตวิทยาสหรัฐฯ-อิหร่าน กดดันตลาดระยะสั้น แนะจังหวะช้อนหุ้นสหรัฐฯ ปลายเดือน ชี้เป้าหุ้นไทยกลุ่มพลังงาน

Share on Line Share on Facebook Share on X

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนโลกและไทย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมแนะกลยุทธ์การจัดพอร์ตรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

จับตาเกม "ทรัมป์" สลับบทบาทกดดันอิหร่าน - ราคาน้ำมันทรงตัว

คุณประกิต เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านว่า มีโอกาสที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะใช้กลยุทธ์สลับบทบาทไปมา (Trump Tango) โดยล่าสุดมีการประกาศมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบซับซ้อน ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้เรือรบไปปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยตรง แต่ใช้วิธีนำเรือมาล้อมบริเวณปากอ่าว และบีบให้เรือทุกลำที่จะเข้าออกต้องรายงานตัว นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังขู่จะโจมตีเรือที่จ่ายค่าผ่านทางให้กับอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้มีท่าทีผ่อนปรนลงในเวลาต่อมา ส่งผลให้ตลาดที่เคยกังวลในช่วงแรกเริ่มกลับมาฟื้นตัว นายประกิตมองว่า ทรัมป์จะใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือในการต่อรอง โดยจะบีบและคลายสถานการณ์สลับกันไป สำหรับทิศทางราคาน้ำมัน ประเมินว่าจะไม่พุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 85-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากปัญหาเรื่องอุปทานชะงักงัน (Supply Shock) ยังคงมีอยู่

สรุปข่าว

คุณประกิต ประเมินทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ จังหวะนี้แนะ "ขายทำกำไร" ระยะสั้นหลังดัชนีทำนิวไฮ แล้วรอช้อนซื้อรอบใหม่ช่วงปลายเดือนเพื่อรับงบไตรมาส 1ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นเพียงเกมจิตวิทยาของทรัมป์ ประเมินราคาน้ำมันไม่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ฯ (คาดแกว่งตัวในกรอบ 85-90 ดอลลาร์ฯ) หุ้นไทย แนะจัดพอร์ตใหม่! มอง "กลุ่มพลังงาน-โรงไฟฟ้า" (เก็งกำไรแผน PDP ฉบับใหม่) และให้ "เลี่ยง" หุ้นกลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภคไปก่อน ส่วนทองคำกลับมารับบทสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เต็มตัว ได้แรงหนุนจากแบงก์ชาติจีนเข้าเก็บสะสม มองเป้าหมายระยะยาว 5,000 ดอลลาร์ฯ

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนโลกและไทย ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมแนะกลยุทธ์การจัดพอร์ตรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

จับตาเกม "ทรัมป์" สลับบทบาทกดดันอิหร่าน - ราคาน้ำมันทรงตัว

คุณประกิต เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านว่า มีโอกาสที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะใช้กลยุทธ์สลับบทบาทไปมา (Trump Tango) โดยล่าสุดมีการประกาศมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบซับซ้อน ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้เรือรบไปปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยตรง แต่ใช้วิธีนำเรือมาล้อมบริเวณปากอ่าว และบีบให้เรือทุกลำที่จะเข้าออกต้องรายงานตัว นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังขู่จะโจมตีเรือที่จ่ายค่าผ่านทางให้กับอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้มีท่าทีผ่อนปรนลงในเวลาต่อมา ส่งผลให้ตลาดที่เคยกังวลในช่วงแรกเริ่มกลับมาฟื้นตัว นายประกิตมองว่า ทรัมป์จะใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือในการต่อรอง โดยจะบีบและคลายสถานการณ์สลับกันไป สำหรับทิศทางราคาน้ำมัน ประเมินว่าจะไม่พุ่งสูงทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 85-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากปัญหาเรื่องอุปทานชะงักงัน (Supply Shock) ยังคงมีอยู่

แนะจังหวะทำกำไรหุ้นสหรัฐฯ - รอช้อนซื้อปลายเดือน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ คุณประกิตแนะนำว่า ผู้ที่ถือครองหุ้นสหรัฐฯ มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา สามารถทยอยขายทำกำไรได้ในระยะสั้น เนื่องจากดัชนีได้ปรับตัวขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) แล้ว

อย่างไรก็ดี แนะนำให้นักลงทุนเตรียมตัวกลับเข้าซื้อหุ้นสหรัฐฯ อย่างหนักอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้ เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะออกมาดีกว่าไตรมาสที่ 4 อย่างแน่นอน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ นายประกิตแนะนำให้จัดพอร์ตใหม่ โดยเน้นไปที่

  • กลุ่มที่ควรลงทุน หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายรัฐ เช่น กลุ่มพลังงาน โรงไฟฟ้า และพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการเก็งกำไรจากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่

  • กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคและค้าปลีก แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อนในช่วงนี้

"ทองคำ" กลับมารับบท Safe Haven รับแรงหนุนจากจีนในส่วนของทิศทางราคาทองคำ นายประกิตยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว โดยให้เป้าหมายไว้ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์

ก่อนหน้านี้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเนื่องจากนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไป ทองคำเริ่มกลับมาทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างแท้จริงอีกครั้ง ปัจจัยหนุนสำคัญล่าสุดคือ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้กลับมาเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งการกระทำของจีนส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี โดยคาดว่าทองคำจะเข้าสู่โหมดปรับตัวขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น