MTS Gold ชี้ทองคำย่อตัวเพื่อไปต่อ จับตาสงครามตะวันออกกลาง แนะกลยุทธ์ "ย่อซื้อ" ลงทุนระยะยาว

Share on Line Share on Facebook Share on X

ราคาทองคำผันผวนหนักตามสถานการณ์สงคราม

จากสภาวะตลาดทองคำที่เปิดมาในแดนลบและมีแรงเทขายออกมา นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ได้ประเมินสถานการณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ว่า การปรับตัวลดลงของราคาทองคำในรอบนี้ เป็นเพียงการย่อตัวเพื่อปรับฐาน ก่อนที่จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปต่อ

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ปัจจัยกว่า 90-95% ที่เข้ามากระทบราคาทองคำโดยตรงในช่วงกว่า 50 วันที่ผ่านมาคือภาวะสงคราม ซึ่งทำให้ราคาแกว่งตัวผันผวนอย่างหนัก โดยล่าสุดราคาทองคำได้ปรับตัวร่วงลงมากว่า 50 ดอลลาร์/ออนซ์ นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากผลการเจรจาในเบื้องต้นยังไม่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ ทิศทางของราคาทองคำจะผูกติดอยู่กับการเจรจาเป็นหลัก หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นและมีการรุกต่อ อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับร่วงลง โดยมีแนวรับสำคัญที่ห้ามหลุดเด็ดขาดคือบริเวณ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ ในทางกลับกัน หากการเจรจาเริ่มบรรลุผลบางส่วนและราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลง เชื่อว่าราคาทองคำจะค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นได้

สรุปข่าว

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ (MTS Gold) มองราคาทองคำที่ปรับตัวลงมาในช่วงนี้ ถือเป็นการย่อตัวเพื่อสร้างฐานและเตรียมปรับตัวขึ้นต่อ 90-95% ของความผันผวนมาจากปัจจัยสงคราม หากการเจรจาคืบหน้าและสหรัฐฯ ไม่แทรกแซง จะส่งผลดีต่อตลาด กรอบราคาทองโลก ให้แนวต้านสำคัญ 4,850 และ 5,050 ดอลลาร์/ออนซ์ แนวรับระยะสั้น 4,650 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนราคาทองไทย แนวต้าน 73,000 - 74,500 บาท/บาททองคำ แนวรับสำคัญ 72,000 บาท/บาททองคำ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว (Buy on Dip) เน้นถือครองระยะกลาง-ยาว และงดใช้มาร์จิ้นเพื่อจำกัดความเสี่ยง

ราคาทองคำผันผวนหนักตามสถานการณ์สงคราม

จากสภาวะตลาดทองคำที่เปิดมาในแดนลบและมีแรงเทขายออกมา นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS Gold) ได้ประเมินสถานการณ์ผ่านรายการ WEALTH LIVE ว่า การปรับตัวลดลงของราคาทองคำในรอบนี้ เป็นเพียงการย่อตัวเพื่อปรับฐาน ก่อนที่จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปต่อ

นพ.กฤชรัตน์ ระบุว่า ปัจจัยกว่า 90-95% ที่เข้ามากระทบราคาทองคำโดยตรงในช่วงกว่า 50 วันที่ผ่านมาคือภาวะสงคราม ซึ่งทำให้ราคาแกว่งตัวผันผวนอย่างหนัก โดยล่าสุดราคาทองคำได้ปรับตัวร่วงลงมากว่า 50 ดอลลาร์/ออนซ์ นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากผลการเจรจาในเบื้องต้นยังไม่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ ทิศทางของราคาทองคำจะผูกติดอยู่กับการเจรจาเป็นหลัก หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นและมีการรุกต่อ อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับร่วงลง โดยมีแนวรับสำคัญที่ห้ามหลุดเด็ดขาดคือบริเวณ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ ในทางกลับกัน หากการเจรจาเริ่มบรรลุผลบางส่วนและราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลง เชื่อว่าราคาทองคำจะค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นได้

"สิ่งที่ตลาดกังวลมากที่สุดคือ สหรัฐฯ ต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว หากเหลือเพียงคู่ขัดแย้งหลักคืออิสราเอลและอิหร่าน ทิศทางต่างๆ จะค่อยๆ ดีขึ้น รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุส" นพ.กฤชรัตน์ กล่าว

เปิดกรอบแนวรับ-แนวต้านสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ นพ.กฤชรัตน์ ได้ประเมินกรอบราคาที่นักลงทุนต้องติดตามดังนี้:

  • ทองคำตลาดโลก (Gold Spot) มีแนวต้านสำคัญอยู่ที่บริเวณ 4,850 ดอลลาร์/ออนซ์ หากสามารถทะลุผ่านไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 5,050 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยกลับมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว ส่วนแนวรับสำคัญระยะสั้นขยับขึ้นมาอยู่ที่บริเวณ 4,650 ดอลลาร์/ออนซ์

  • ราคาทองคำในประเทศ (ทองบาทไทย) มีแนวต้านหลักอยู่ที่ 73,000 บาท และ 74,500 บาทต่อบาททองคำ ในขณะที่แนวรับสำคัญจะอยู่ที่บริเวณ 72,000 บาทต่อบาททองคำ

นอกจากนี้ ทิศทางของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index) ที่อ่อนค่าลงจากระดับ 100 มาเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 98 ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในระยะยาวอีกด้วย

แนะกลยุทธ์ "ย่อซื้อ" รับมือความผันผวนระยะสั้น

ด้านกลยุทธ์การลงทุน นพ.กฤชรัตน์ แนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะที่ราคาปรับฐานในการ "ทยอยเข้าซื้อ" (Buy on Dip) เนื่องจากทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนและปลอดภัยสำหรับการถือครองในระยะกลางถึงระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นตลาดมีความผันผวนสูงมากจากกระแสข่าวสงคราม ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำเหวี่ยงตัวรุนแรงถึงวันละ 100 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้บ่อยครั้ง จึงเน้นย้ำให้นักลงทุนบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการลงทุนในลักษณะที่ใช้มาร์จิ้น (Margin) หรือเลเวอเรจ (Leverage) เพื่อป้องกันพอร์ตการลงทุนจากความผันผวนที่ไม่คาดคิด