กสิกรวิเคราะห์หุ้นกลุ่มแบงก์หลังงบ 1Q69 หาผู้ชนะในภาวะวัฏจักรขาลง

Share on Line Share on Facebook Share on X
กสิกรวิเคราะห์หุ้นกลุ่มแบงก์หลังงบ 1Q69 หาผู้ชนะในภาวะวัฏจักรขาลง

บล.กสิกร  ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารกำไรไตรมาส 1/2569 สูงกว่าคาดเล็กน้อย จากรายได้ค่าธรรมเนียมและรายการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก


กำไรรวมของธนาคาร 7 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ของเราอยู่ที่ 5.11 หมื่นลบ. ในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น 15% QoQ แต่ลดลง 2% YoY ผลประกอบการสูงกว่าที่เราคาด 3% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ทั้งจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิและกำไรจากวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน (FVTPL) รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุนที่สูงขึ้น


กำไรที่ลดลงเล็กน้อย YoY มีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ลดลง 7% YoY จากอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่อ่อนตัวลง 32bps YoY อันเป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการปรับโครงสร้างสินเชื่อไปสู่ลูกค้าที่มีคุณภาพสูง เช่น ลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินเชื่อลดลง กำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจากอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลงมาอยู่ที่ 43% จาก 48% ในไตรมาส 4/2568 จากปัจจัยตามฤดูกาล




สรุปข่าว

กสิกรวิเคราะห์หุ้นกลุ่มแบงก์หลังงบ 1Q69 หาผู้ชนะในภาวะวัฏจักรขาลง

บล.กสิกร  ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารกำไรไตรมาส 1/2569 สูงกว่าคาดเล็กน้อย จากรายได้ค่าธรรมเนียมและรายการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก


กำไรรวมของธนาคาร 7 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ของเราอยู่ที่ 5.11 หมื่นลบ. ในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น 15% QoQ แต่ลดลง 2% YoY ผลประกอบการสูงกว่าที่เราคาด 3% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ทั้งจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิและกำไรจากวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน (FVTPL) รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุนที่สูงขึ้น


กำไรที่ลดลงเล็กน้อย YoY มีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ลดลง 7% YoY จากอัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่อ่อนตัวลง 32bps YoY อันเป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการปรับโครงสร้างสินเชื่อไปสู่ลูกค้าที่มีคุณภาพสูง เช่น ลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินเชื่อลดลง กำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจากอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลงมาอยู่ที่ 43% จาก 48% ในไตรมาส 4/2568 จากปัจจัยตามฤดูกาล




ความชอบมากขึ้นใน BAY, KKP และ TISCO


ธนาคาร 5 แห่งจาก 7 แห่งที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเรา ได้แก่ KKP, BAY, TISCO, TTB และ KTB รายงานผลประกอบการสูงกว่าคาดในไตรมาส 1/2569 ขณะที่ BBL ออกมาตามคาด และ SCB ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย หลังจากวิเคราะห์ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 แล้ว เรามีความชอบในเชิงพื้นฐานต่อ KKP, BAY และ TISCO มากกว่า KKP มีการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นประจำ และมีพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อที่มีคุณภาพดีขึ้น BAY แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่โดดเด่นในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง พร้อมกับคุณภาพสินทรัพย์ในธุรกิจ ASEAN ที่ควบคุมได้ดี


ขณะที่ TISCO มีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อเริ่มกลับมาหนุนรายได้อีกครั้ง ในทางตรงกันข้าม เรามีความชอบต่อ SCB และ BBL น้อยกว่า เนื่องจากแนวโน้ม NIM ที่อ่อนตัว นอกจากนี้ เรายังกังวลต่อพอร์ตสินเชื่อรายย่อยของ SCB และคาดว่ากำไรปี 2569 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2568 สำหรับ BBL แม้ผลประกอบการจะออกมาตามคาด แต่มีการรับรู้กำไรจากการลงทุนมาช่วยชดเชย NIM ที่อ่อนตัวและตัวเลขคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาส 1/2569



เรายังคงมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มธนาคาร จากแนวโน้มกำไรที่อ่อนแอลงตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป เรายังคงเลือก KKP เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในปี 2569 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่ได้ประโยชน์จากธีมการแสวงหาผลตอบแทนในประเทศไทย รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและแนวโน้ม credit cost ที่ดี ปัจจัยหนุนการประเมินมูลค่าใหม่ของ KKP ยังคงอยู่ แม้ว่าปัจจุบันจะซื้อขายด้วย PBV ที่ 1 เท่า เราคาดว่า ROE จะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 11% ภายในปี 2571 ซึ่งอาจช่วยผลักดัน PBV ให้สูงกว่า 1 เท่าได้

ที่มาข้อมูล : บล.กสิกร

ที่มารูปภาพ : canva