เบลเยียมจะประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ปลายเดือนนี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
เบลเยียมจะประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ปลายเดือนนี้

เบลเยียมประกาศว่าจะรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ปลายเดือนนี้ และจะออกมาตรการคว่ำบาตรอิสราเอล 12 ข้อ รวมถึงห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคมยิวในเวสต์แบงก์ และทบทวนการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัทอิสราเอล

สรุปข่าว

เบลเยียมจะรับรองรัฐปาเลสไตน์ปลายเดือนนี้ ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) พร้อมจะคว่ำบาตรอิสราเอลเพิ่มเติม

เบลเยียมประกาศว่าจะรับรองรัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ปลายเดือนนี้ และจะออกมาตรการคว่ำบาตรอิสราเอล 12 ข้อ รวมถึงห้ามนำเข้าสินค้าจากนิคมยิวในเวสต์แบงก์ และทบทวนการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัทอิสราเอล

แมกซิม เพรวอต รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศเบลเยียม ระบุว่า การตัดสินใจนี้เกิดขึ้น “จากโศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรมในปาเลสไตน์ โดยเฉพาะกาซา” โดยการรับรองจะสมบูรณ์เมื่อเชลยถูกปล่อยทั้งหมด และฮามาสหมดบทบาทในการบริหารปาเลสไตน์

ด้านกระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์แถลงต้อนรับ และเรียกร้องให้ประเทศอื่นดำเนินการเช่นเดียวกันเพื่อหยุดยั้ง “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การขับไล่ การทำให้อดอยาก และการผนวกดินแดน” โดยย้ำว่าการรับรองของเบลเยียมสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการปกป้องแนวทางสองรัฐเพื่อสร้างสันติภาพถาวร ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลยังไม่มีแถลงการณ์ตอบโต้

ด้านสมาคมนักวิชาการด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นานาชาติ หรือ International Association of Genocide Scholar - IAGS ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพระดับโลกที่มีสมาชิกกว่า 500 คน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีมติว่า การกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซา เข้าข่ายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ 

ในมติที่มีความยาว 3 หน้า มีสมาชิกเข้าร่วมลงคะแนนเพียง 28% แต่ปรากฏว่า 86% สนับสนุนข้อกล่าวหา โดยระบุว่าอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อชีวิต เช่น ระบบสาธารณสุข มนุษยธรรม การศึกษา และทำให้เด็กปาเลสไตน์บาดเจ็บกว่า 50,000 คน ตามข้อมูลยูนิเซฟ อีกทั้งยังมีนโยบายผลักดันชาวปาเลสไตน์ออกจากกาซา ประธาน IAGS เมลานี โอ’ไบรอัน กล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า “ผู้ที่ศึกษาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ย่อมเห็นได้ว่าสถานการณ์นี้คืออะไร”

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top