ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุถล่มเม็กซิโก เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 41 ราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุถล่มเม็กซิโก เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 41 ราย

อิทธิพลจากพายุโซนร้อน 2 ลูก คือพายุเรย์มอนด์ (Raymond) และพายุพริสซิลา (Priscila) ที่พัดถล่มพื้นที่ภาคใต้ของเม็กซิโกเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและถนน รวมถึงดินโคลนถล่มหลายพื้นที่ กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบต่อผู้คนในหลายรัฐกว่า 320,000 ครัวเรือน 

สรุปข่าว

เม็กซิโกรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากพายุ 2 ลูกพัดถล่ม อยู่ที่อย่างน้อย 41 ราย ขณะที่กองทัพเร่งช่วยประชาชนทำความสะอาดและเก็บกวาดพื้นที่ประสบภัย

อิทธิพลจากพายุโซนร้อน 2 ลูก คือพายุเรย์มอนด์ (Raymond) และพายุพริสซิลา (Priscila) ที่พัดถล่มพื้นที่ภาคใต้ของเม็กซิโกเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและถนน รวมถึงดินโคลนถล่มหลายพื้นที่ กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบต่อผู้คนในหลายรัฐกว่า 320,000 ครัวเรือน 

รัฐเบรากรุซ แถบริมชายฝั่งแปซิฟิก มีผู้เสียชีวิต 15 ราย รัฐปวยบลามีผู้เสียชีวิต 9 ราย 

ส่วนที่รัฐอิดัลโก มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 16 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากจมน้ำและติดอยู่ในรถยนต์ที่ถูกกระแสนน้ำพัดหาย ชาวบ้านมากกว่า 35,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ขณะที่บ้านเรือนชาวบ้านกว่า 26,000 หลังจมน้ำหรือเสียหายจากพายุ

กองทัพเม็กซิโกส่งทหารหลายร้อยนายลงพื้นที่หลายจังหวัดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายชุมชน และเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม รวมถึงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 27 คน ขณะที่กองทัพเรือเร่งดำเนินมาตรการเพื่อช่วยระบายน้ำจากแม่น้ำสายต่าง ๆ ลงสู่ทะเล ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันเพราะน้ำท่วมสูงตามที่ลุ่มต่ำ มีรายงานว่ารัฐเบรากรุซเผชิญฝนตกหนักถึง 540 มิลลิเมตรระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม จนบางพื้นที่จมน้ำท่วมสูงถึง 4 เมตร

ด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเม็กซิโกแจ้งว่า พายุโซนร้อนเรย์มอนด์กำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือ คาดว่าจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายรัฐ ส่วนพายุโซนร้อนพริสซิลา คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ก็ยังส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในหลาย ครอบคลุมถึงรัฐเบรากรุซและรัฐซานลุยส์โปโตซี 

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : AFP

sticky-bar-top