
พลตรีอาหมัด วาฮิดี รองผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมระดับชาติ ในจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันตก เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า อิหร่านมีความพร้อมมากกว่าในช่วงสงคราม 12 วัน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงศักยภาพทางทหารที่เพิ่มพูนขึ้นของอิหร่านเมื่อเทียบกับการเผชิญหน้าครั้งสำคัญล่าสุด อันหมายถึงเหตุการณ์ที่อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านในเดือนมิถุนายน 2025 และบอกว่ากองทัพอิหร่านมีความพร้อมขั้นสูงสุดที่จะมอบคำตอบที่ชวนให้สำนึกเสียใจ ต่อการกระทำที่เป็นการผจญภัยใด ๆ จากกลุ่มศัตรู เป็นการเน้นย้ำว่า อิหร่านไม่ได้ต้องการเป็นผู้เริ่มสงคราม แต่จะไม่ลังเลที่จะใช้ศักยภาพทางทหารทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ โดยมีเป้าหมายโดยตรงไปที่สหรัฐฯ เพื่อตอบโต้คำขู่เรื่องการแทรกแซงทางทหาร ที่รัฐบาลวอชิงตันมักยกมาอ้างในช่วงนี้
สรุปข่าว
พลตรีอาหมัด วาฮิดี รองผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมระดับชาติ ในจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันตก เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า อิหร่านมีความพร้อมมากกว่าในช่วงสงคราม 12 วัน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงศักยภาพทางทหารที่เพิ่มพูนขึ้นของอิหร่านเมื่อเทียบกับการเผชิญหน้าครั้งสำคัญล่าสุด อันหมายถึงเหตุการณ์ที่อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านในเดือนมิถุนายน 2025 และบอกว่ากองทัพอิหร่านมีความพร้อมขั้นสูงสุดที่จะมอบคำตอบที่ชวนให้สำนึกเสียใจ ต่อการกระทำที่เป็นการผจญภัยใด ๆ จากกลุ่มศัตรู เป็นการเน้นย้ำว่า อิหร่านไม่ได้ต้องการเป็นผู้เริ่มสงคราม แต่จะไม่ลังเลที่จะใช้ศักยภาพทางทหารทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ โดยมีเป้าหมายโดยตรงไปที่สหรัฐฯ เพื่อตอบโต้คำขู่เรื่องการแทรกแซงทางทหาร ที่รัฐบาลวอชิงตันมักยกมาอ้างในช่วงนี้
มีรายงานว่า อิหร่านได้ยกระดับการเตรียมพร้อมของหน่วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับทั่วประเทศ ขณะที่การกล่าวถ้อยแถลงของรองผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ในจังหวัดอาเซอร์ไบจานตะวันตก ซึ่งอยู่ติดชายแดนประเทศตุรกีและอิรัก มีนัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงและการเคลื่อนไหวของกองกำลังต่างชาติ
คำแถลงของวาฮิดีเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่พุ่งสูงจากนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นต่อบทบาทของอิหร่านในภูมิภาค โดยเฉพาะในเรื่องการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธและการขยายอิทธิพลทางทหาร การที่ระดับรองผู้บัญชาการ IRGC ออกมาพูดด้วยตัวเอง เป็นการยืนยันว่าอิหร่านพร้อมจะใช้มาตรการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หากมีการละเมิดอธิปไตยเกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณข่มขวัญทางทหารที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โดยบอกว่า สหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือรบขนาดใหญ่มุ่งหน้าไปยังน่านน้ำใกล้ประเทศอิหร่าน และมีรายงานว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น พร้อมกลุ่มเรือรบทำลายล้างได้ย้ายตำแหน่งประจำการจากทะเลจีนใต้มายังตะวันออกกลาง ปรัมป์ระบุว่าส่งกองเรือไปเผื่อไว้ก่อน อาจไม่ต้องใช้ก็ได้ แต่ย้ำว่าสหรัฐฯ กำลังจับตาดูอิหร่านอย่างใกล้ชิด ทรัมป์อ้างว่า เขาได้ข่มขู่จนอิหร่านต้องยอมยกเลิกแผนประหารชีวิตผู้ประท้วงกว่า 800 คน โดยขู่ว่าหากอิหร่านแขวนคอคนเหล่านั้น จะโดนถล่มหนักยิ่งกว่า และเตือนว่าหากอิหร่านกลับมาเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอีกครั้ง สหรัฐฯ จะเข้าทำลายเป้าหมายทันที เหมือนที่เคยทำในการโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
- ทรัมป์ขู่แคนาดาอีกแล้ว จะเก็บภาษี 100% หากบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับจีน
- สายการบินยุโรปยกเลิกเที่ยวบิน "ตะวันออกกลาง" ชั่วคราว หลังทรัมป์ส่งกองเรือรบไปอิหร่าน
- กลาโหมสหรัฐฯ เผยยุทธศาสตร์ใหม่ "จีน-รัสเซีย" ไม่ใช่ภัยคุกคามความมั่นคงสหรัฐฯ อีกต่อไป
- ทรัมป์เผยรอยแผลที่มือเพราะชนโต๊ะระหว่างลงนาม Board of Peace ร่วมกับเขากินยาแอสไพริน
- "ทรัมป์" ขอบคุณ "สีจิ้นผิง" อนุมัติขาย TikTok
ที่มาข้อมูล : Reuters, AFP
ที่มารูปภาพ : AFP

