สหรัฐฯ ยิงโดรนอิหร่านตกทะเล หลังบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ ยิงโดรนอิหร่านตกทะเล หลังบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command : CENTCOM) รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นภัยคุกคามจากอิหร่าน 2 เหตุการณ์ในทะเลตะวันออกกลาง โดยเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ยิงโดรนของอิหร่านตก หลังจากตรวจพบว่าบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) ในทะเลอาหรับ

นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของ CENTCOM เปิดเผยว่า ขณะเรือบรรทุกเครื่องบินลินคอล์นปฏิบัติภารกิจในทะเลอาหรับ ห่างจากชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน 500 ไมล์ ตรวจพบโดรนของอิหร่านบินเข้าหาเรือในลักษณะก้าวร้าว แม้กองทัพสหรัฐฯ จะใช้มาตรการลดความตึงเครียดในน่านน้ำสากลแล้วก็ตาม เครื่องบินขับไล่ F-35C ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินลินคอล์นจึงยิงโดรนลำดังกล่าวตก เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเรือและกำลังพลบนเรือ โดยเหตุการณ์นี้ไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บ และไม่เกิดความเสียหายต่อยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ

ต่อมาอีกไม่กี่ชั่วโมง กองทัพเรือสหรัฐฯ ตรวจพบเรือปืนของอิหร่าน 2 ลำเข้าใกล้เรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี เอ็ม/วี สตีนา อิมเพอเรทีฟ (M/V Stena Imperative) ซึ่งติดธงชาติสหรัฐฯ และดำเนินการโดยชาวอเมริกัน ขณะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำสากล โดยเรือปืนทั้งสองลำได้แล่นเข้าใกล้ด้วยความเร็วสูงถึง 3 ครั้ง พร้อมมีโดรนของอิหร่านบินวนอยู่เหนือเรือปืน

รายงานระบุว่า มีการส่งสัญญาณวิทยุข่มขู่ ว่าจะขึ้นยึดเรือบรรทุกน้ำมัน ทำให้เรือพิฆาตยูเอสเอส แมคฟอล (USS McFaul) เข้าคุ้มกันเรือเอ็ม/วี สตีนา อิมเพอเรทีฟ ออกจากพื้นที่ทันที โดยได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ จนสถานการณ์คลี่คลายลงโดยไม่มีเหตุรุนแรงเพิ่มเติม


นาวาเอกฮอว์กินส์กล่าวสรุปว่า การกระทำของอิหร่านในเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงพฤติกรรมที่ขาดความเป็นมืออาชีพและมีลักษณะก้าวร้าว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของการเดินเรือพาณิชย์และกองกำลังที่ปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคนี้

สรุปข่าว

เครื่องบินรบสหรัฐฯ ยิงโดรนอิหร่านตกในเขตทะเลอาหรับ หลังบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน และยังตรวจพบเรือปืนของอิหร่าน 2 ลำ แล่นเข้าใกล้เรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ ขณะเรือกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำสากล

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command : CENTCOM) รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นภัยคุกคามจากอิหร่าน 2 เหตุการณ์ในทะเลตะวันออกกลาง โดยเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ยิงโดรนของอิหร่านตก หลังจากตรวจพบว่าบินเข้าใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) ในทะเลอาหรับ

นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของ CENTCOM เปิดเผยว่า ขณะเรือบรรทุกเครื่องบินลินคอล์นปฏิบัติภารกิจในทะเลอาหรับ ห่างจากชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน 500 ไมล์ ตรวจพบโดรนของอิหร่านบินเข้าหาเรือในลักษณะก้าวร้าว แม้กองทัพสหรัฐฯ จะใช้มาตรการลดความตึงเครียดในน่านน้ำสากลแล้วก็ตาม เครื่องบินขับไล่ F-35C ที่ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินลินคอล์นจึงยิงโดรนลำดังกล่าวตก เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเรือและกำลังพลบนเรือ โดยเหตุการณ์นี้ไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บ และไม่เกิดความเสียหายต่อยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ

ต่อมาอีกไม่กี่ชั่วโมง กองทัพเรือสหรัฐฯ ตรวจพบเรือปืนของอิหร่าน 2 ลำเข้าใกล้เรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี เอ็ม/วี สตีนา อิมเพอเรทีฟ (M/V Stena Imperative) ซึ่งติดธงชาติสหรัฐฯ และดำเนินการโดยชาวอเมริกัน ขณะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำสากล โดยเรือปืนทั้งสองลำได้แล่นเข้าใกล้ด้วยความเร็วสูงถึง 3 ครั้ง พร้อมมีโดรนของอิหร่านบินวนอยู่เหนือเรือปืน

รายงานระบุว่า มีการส่งสัญญาณวิทยุข่มขู่ ว่าจะขึ้นยึดเรือบรรทุกน้ำมัน ทำให้เรือพิฆาตยูเอสเอส แมคฟอล (USS McFaul) เข้าคุ้มกันเรือเอ็ม/วี สตีนา อิมเพอเรทีฟ ออกจากพื้นที่ทันที โดยได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ จนสถานการณ์คลี่คลายลงโดยไม่มีเหตุรุนแรงเพิ่มเติม


นาวาเอกฮอว์กินส์กล่าวสรุปว่า การกระทำของอิหร่านในเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงพฤติกรรมที่ขาดความเป็นมืออาชีพและมีลักษณะก้าวร้าว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของการเดินเรือพาณิชย์และกองกำลังที่ปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคนี้

ที่มาข้อมูล : CNN

ที่มารูปภาพ : U.S. Navy

sticky-bar-top