
สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านเปิดเผยว่า โรงงานนิวเคลียร์ “นาทานซ์” ได้ถูกโจมตีซ้ำอีกครั้งในวันนี้ (21 มีนาคม) จากปฏิบัติการทางทหารร่วมของอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยองค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่านระบุว่า โรงงานเสริมสมรรถนะ “ชาฮิด อาห์มาดี โรชาน” ในเขตโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ ตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยได้เรียกการโจใตีนี้ว่าเป็น “การโจมตีเชิงอาชญากรรม” จากฝั่งศัตรู
องค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่าน ยังระบุด้วยว่า การโจมตีครั้งนี้ได้ละเมิดกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์อื่น ๆ แต่ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ “ยังไม่พบ” การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี โดยมีการประเมินทางเทคนิคเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ของการปนเปื้อนกัมมันตรังสีในพื้นที่แต่ยืนยันว่าไม่มีอันตรายต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับสถานที่ดังกล่าว
สื่ออิหร่านรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคมโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ ได้ถูกโจมตีมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังการโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วจากปฏิบัติการ Midnight Hammer ของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่พุ่งเป้าโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่าน คือ นาทานซ์ อิสฟาฮาน และ ฟอร์โด จนได้รับความเสียหาย
สรุปข่าว
สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านเปิดเผยว่า โรงงานนิวเคลียร์ “นาทานซ์” ได้ถูกโจมตีซ้ำอีกครั้งในวันนี้ (21 มีนาคม) จากปฏิบัติการทางทหารร่วมของอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยองค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่านระบุว่า โรงงานเสริมสมรรถนะ “ชาฮิด อาห์มาดี โรชาน” ในเขตโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ ตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยได้เรียกการโจใตีนี้ว่าเป็น “การโจมตีเชิงอาชญากรรม” จากฝั่งศัตรู
องค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่าน ยังระบุด้วยว่า การโจมตีครั้งนี้ได้ละเมิดกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์อื่น ๆ แต่ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ “ยังไม่พบ” การรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี โดยมีการประเมินทางเทคนิคเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ของการปนเปื้อนกัมมันตรังสีในพื้นที่แต่ยืนยันว่าไม่มีอันตรายต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับสถานที่ดังกล่าว
สื่ออิหร่านรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคมโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ ได้ถูกโจมตีมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังการโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วจากปฏิบัติการ Midnight Hammer ของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่พุ่งเป้าโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่าน คือ นาทานซ์ อิสฟาฮาน และ ฟอร์โด จนได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกันในวันนี้ สืบเนื่องจากที่มีรายงานว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อังกฤษ “ดิเอโก การ์เซีย” ในมหาสมุทรอินเดีย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากกระทรวงกลาโหมของอังกฤษที่ออกมาประณามการโจมตีของอิหร่านว่าเป็น “การโจมตีที่ไร้ความรับผิดชอบ” โดยเจ้าหน้าที่ของอังกฤษระบุว่า ความพยายามโจมตีดังกล่าวของอิหร่าน “ไม่ประสบความสำเร็จ” แต่ยังไม่ชัดเจนว่าขีปนาวุธเข้าใกล้ฐานทัพมากเพียงใด
กระทรวงกลาโหมอังกฤษระบุด้วยว่า การที่อิหร่านตอบโต้ไปทั่วทั้งภูมิภาคและใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกัน ถือเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของประเทศและพันธมิตร แม้ว่าสหราชอาณาจักรจะไม่ได้เข้าร่วมการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลโดยตรง แต่ได้อนุญาตให้เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในสหราชอาณาจักรเพื่อโจมตีเป้าหมายขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเมื่อวานนี้ (20 มีนาคม) รัฐบาลอังกฤษเพิ่งออกมาระบุว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ สามารถใช้ฐานทัพของสหราชอาณาจักร รวมถึงที่ดิเอโก การ์เซีย ในปฏิบัติการเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
- อิหร่านยิงไกลครั้งแรก ! โจมตีฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อังกฤษ “ดิเอโก การ์เซีย” ห่างเตหะราน 4,000 กิโลเมตร
- อิหร่านจ่ออนุญาต "เรือญี่ปุ่น" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ย้ำอีกครั้งปิดเฉพาะ "ศัตรู"
- เปิดใจลูกเรือไทย เล่านาทีระทึกถูกโจมตี IRGC ระบุเรือไทยเพิกเฉยคำเตือน ?
- สหรััฐฯ เสียหายหนัก ? เปิดสงครามในอิหร่าน กลาโหมของบเพิ่มอ้างกำจัด “คนไม่ดี”
- F-35 เสียหาย ลงจอดฉุกเฉินตอ.กลาง สหรัฐฯ ส่งเพิ่มเสริมทัพ
ที่มาข้อมูล : Anadolu / AP News
ที่มารูปภาพ : AFP
