ซาอุฯ ต่อสายตรงอิหร่าน ครั้งแรกนับแต่สงครามเริ่ม

Share on Line Share on Facebook Share on X
ซาอุฯ ต่อสายตรงอิหร่าน ครั้งแรกนับแต่สงครามเริ่ม

สื่อท้องถิ่นของตะวันออกกลางรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ต่อสายโทรศัพท์ไปหาอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยการประกาศการติดต่อหารือกับอิหร่านของซาอุฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศในทางสาธารณะให้รับรู้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น 


ขณะที่ระหว่างการหารือนั้น รัฐมนตรีทั้งสองคนได้ร่วมกันทบทวนพัฒนาการของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และยังหารือถึงทางออกในการลดความตึงเครียด เพื่อฟื้นฟูความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค 

สรุปข่าว

สื่อท้องถิ่นของตะวันออกกลางรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ต่อสายโทรศัพท์ไปหาอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยการประกาศการติดต่อหารือกับอิหร่านของซาอุฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศในทางสาธารณะให้รับรู้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น

สื่อท้องถิ่นของตะวันออกกลางรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ต่อสายโทรศัพท์ไปหาอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยการประกาศการติดต่อหารือกับอิหร่านของซาอุฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศในทางสาธารณะให้รับรู้เป็นครั้งแรก ตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางเริ่มต้นขึ้น 


ขณะที่ระหว่างการหารือนั้น รัฐมนตรีทั้งสองคนได้ร่วมกันทบทวนพัฒนาการของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และยังหารือถึงทางออกในการลดความตึงเครียด เพื่อฟื้นฟูความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค 

ทั้งนี้ เจ้าชายไฟซาล เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่เคยอยู่ในวงการพบปะหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศ 3 ฝ่าย คือซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ซึ่งปากีสถานเป็นเจ้าภาพเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา โดยการหารือเพื่อต้องการลดระดับความตึงเครียดและความขัดแย้งในภูมิภาค 


เมื่อปีที่แล้ว ปากีสถาน และซาอุดีอาระเบียได้ลงนามในข้อตกลงด้านการป้องกันเชิงยุทธศาสตร์ ากความสัมพันธ์ที่มีร่วมกันมายาวนาน ซึ่งยังรวมถึงข้อจำกัดที่รัฐบาลปากีสถานจะสนับสนุนอิหร่านได้มากน้อยแค่ไหนด้วย


ประเทศในอ่าวทั้งหมด ที่รวมทั้งซาอุดีอาระเบีย ถูกหางเลขจากผลพวงของสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่ข้อตกลงที่บรรลุระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อวันอังคาร (7 เม.ย.) ที่ผ่านมานั้น มีรายงานว่า ประเทศในอ่าวยังคงสกัดขีปนาวุธและโดรนที่โจมตีเข้ามาในประเทศอยู่ 



โดยช่วงเช้าวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และคูเวต รายงานว่า ได้ยิงสกัดทั้งขีปนาวุธและโดรนที่โจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งซาอุดีอาระเบีย มีรายงานว่าท่อส่งน้ำมัน East-West ได้รับความเสียหาย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานในประเทศถูกโจมตีจากอิหร่านเช่นกัน 


ขณะที่เมื่อเดือที่แล้ว เจ้าชายไฟซาลออกมาเตือนว่า การโจมตีของอิหร่านมายังซาอุดีอาระเบียและประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวนั้น ได้ทำลายความเชื่อใจที่มีต่ออิหร่านไปแล้ว เขายังกล่าวต่ออีกว่า อิหร่านไม่ได้เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับซาอุดีอาระเบียอีกต่อไปแล้ว ไม่เคยเป็นพันธมิตรกัน ยกเว้นเสียแต่ว่า อิหร่านจะกลับมาดำเนินนโยบายที่แตกต่างออกไป