เมื่อ “วิคเตอร์ ออร์บาน” ผู้นำขวาจัดฮังการี คนสนิททรัมป์ แพ้เลือกตั้ง ส่งผลอย่างไรต่อทรัมป์ ยุโรป ปูติน?

วิคเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี พ่ายแพ้การเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 12 เมษายน สิ้นสุดการครองอำนาจในฮังการีอย่างยาวนานถึง 16 ปี และนับเป็นความสูญเสียเชิงสัญลักษณ์และเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และแนวคิดทางการเมืองฝ่ายขวาจัด
ออร์บานเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตยที่ไม่เสรีของยุโรป เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มอนุรักษ์นิยมอเมริกันที่สนับสนุน MAGA เป็นพันธมิตรของรัสเซีย และเป็นศัตรูตัวฉกาจของผู้นำสหภาพยุโรปในบรัสเซลส์
ออร์บาน วัย 62 ปี เป็นผู้ปกครองฮังการีด้วยความเผด็จการที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2010 จนกระทั่งในปีนี้ ปีเตอร์ มาจาร์ วัย 45 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุโรปสายกลางขวาและอนุรักษ์นิยมทางสังคม จากพรรคทิสซา เอาชนะไปได้ ถือได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคคอมมิวนิสต์
เมื่อนับคะแนนไปแล้วกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ พรรคของมาจาร์ดูได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย โดยมีแนวโน้มที่จะได้ 138 ที่นั่งจากทั้งหมด 199 ที่นั่งในรัฐสภา ซึ่งเกิดเกณฑ์เสียงข้างมากถึง 5 ที่นั่ง ส่วนพรรคของออร์บานมีแนวโน้มที่จะได้เพียง 55 ที่นั่งเท่านั้น ลดลงจาก 135 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งรัฐสภาฮังการีในปี 2022 และ 133 ที่นั่งในปี 2018
สรุปข่าว
วิคเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี พ่ายแพ้การเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 12 เมษายน สิ้นสุดการครองอำนาจในฮังการีอย่างยาวนานถึง 16 ปี และนับเป็นความสูญเสียเชิงสัญลักษณ์และเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และแนวคิดทางการเมืองฝ่ายขวาจัด
ออร์บานเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตยที่ไม่เสรีของยุโรป เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มอนุรักษ์นิยมอเมริกันที่สนับสนุน MAGA เป็นพันธมิตรของรัสเซีย และเป็นศัตรูตัวฉกาจของผู้นำสหภาพยุโรปในบรัสเซลส์
ออร์บาน วัย 62 ปี เป็นผู้ปกครองฮังการีด้วยความเผด็จการที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2010 จนกระทั่งในปีนี้ ปีเตอร์ มาจาร์ วัย 45 ปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยุโรปสายกลางขวาและอนุรักษ์นิยมทางสังคม จากพรรคทิสซา เอาชนะไปได้ ถือได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคคอมมิวนิสต์
เมื่อนับคะแนนไปแล้วกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ พรรคของมาจาร์ดูได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย โดยมีแนวโน้มที่จะได้ 138 ที่นั่งจากทั้งหมด 199 ที่นั่งในรัฐสภา ซึ่งเกิดเกณฑ์เสียงข้างมากถึง 5 ที่นั่ง ส่วนพรรคของออร์บานมีแนวโน้มที่จะได้เพียง 55 ที่นั่งเท่านั้น ลดลงจาก 135 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งรัฐสภาฮังการีในปี 2022 และ 133 ที่นั่งในปี 2018
ออร์บานสำคัญต่อทรัมป์ขนาดไหน
ในการปราศรัยที่ฮังการีเมื่อสัปดาห์ก่อน แวนซ์ได้โทรศัพท์หาทรัมป์และเปิดลำโพงเพื่อให้ชาวฮังการีได้ยินเสียงประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมออร์บาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องนโยบายต่อต้านผู้อพยพของออร์บาน ทรัมป์กล่าวถึงออร์บานว่าเป็น “บุคคลที่ยอดเยี่ยม” และกล่าวว่านายกรัฐมนตรีฮังการี “ไม่ยอมให้ผู้คนบุกโจมตีและรุกรานประเทศของคุณเหมือนที่หลายคนเคยทำและไปทำลายประเทศอื่น ๆ”
ทรัมป์กล่าวว่า “ผมเป็นแฟนตัวยงของวิกเตอร์ ผมสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่”
อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญไม่คิดว่า ทรัมป์จะช่วยผู้นำฮังการีหาเสียงได้ ผลสำรวจที่เผยแพร่โดยศูนย์วิจัย PEW เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าทรัมป์เป็นนักการเมืองที่สร้างความแตกแยกในหมู่ชาวฮังการี โดย 46% ของประชาชนฮังการีแทบไม่มีความเชื่อมั่นในตัวทรัมป์ในฐานะผู้นำโลก ในขณะที่ 53% มีความเชื่อมั่นในตัวเขาบ้างหรือมาก
แต่เวห์มองว่าการเยือนฮังการีของแวนซ์เป็นการพยายามรักษาฐานเสียงของออร์บานไว้ก่อนการเลือกตั้ง และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรระหว่างขบวนการ MAGA กับพรรคของออร์บาน
แม้ว่าออร์บานจะถูกมองว่าเป็นแบบอย่างของขบวนการฝ่ายขวาจัด แต่ผู้เชี่ยวชาญเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า การที่พรรคของเขาแพ้การเลือกตั้งอาจไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของนักการเมืองฝ่ายขวาจัดทั่วโลก
ทรัมป์สูญเสียอะไรจากความพ่ายแพ้ของออร์บาน
ทรัมป์สูญเสียพันธมิตรที่สำคัญของภูมิภาค
ออร์บานเป็นพันธมิตรทางอุดมการณ์ที่ใกล้ชิดที่สุดของทรัมป์ในยุโรป การลงจากตำแหน่งจะทำให้ทรัมป์ขาดช่องทางโดยตรงที่จะใช้อิทธิพลภายในสหภาพยุโรปและนาโต
อิทธิพลของทรัมป์อ่อนลง
ทรัมป์และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ได้ช่วยหาเสียงสนับสนุนออร์บานอย่างชัดเจน โดยแวนซ์ได้เดินทางไปเยือนฮังการีเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้ง นักวิจารณ์และผู้นำฝ่ายค้าน อย่าง ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ได้มองผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็นความล้มเหลวส่วนตัวของทรัมป์ และเป็นการปฏิเสธภาพลักษณ์ทางการเมืองแบบ "ผู้นำที่แข็งกร้าว" ของเขา
ความพ่ายแพ้ของขบวนการชาตินิยมระดับโลก
แม้ไม่กี่ปีมานี้ หลายชาติยุโรปจะหันสู่สายอนุรักษ์นิยมมากขึ้น จากกระแสต่อต้านผู้อพยพ แต่ความสุดโต่งก็ยังไม่อาจอยู่รอดได้ตลอดรอดฝั่ง ที่อาจกลายเป็นหนามยอกอกทรัมป์ต่อไป
แรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ
พรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ กำลังใช้ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นแรงผลักดันสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง โดยชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ชี้ว่านี่เป็นสัญญาณว่า "พวกที่อยากเป็นเผด็จการจะหมดความนิยมลง"
ผลกระทบต่อสหภาพยุโรป
ภายใต้การนำของ วิคเตอร์ ออร์บาน ความสัมพันธ์ระหว่างฮังการีกับ สหภาพยุโรป ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยแม็กซ์ แบร์กมันน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศยุโรป กล่าวว่า ออร์บาน “เป็นเสี้ยนหนามของสหภาพยุโรป” และมักใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) ในลักษณะที่ขัดขวางการตอบสนองของสหภาพยุโรปต่อประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะสงครามในยูเครน เช่น ฮังการีได้ขัดขวางความพยายามของสหภาพยุโรปในการคว่ำบาตรรัสเซีย และการสนับสนุนยูเครน
ในประเด็นยูเครน ดาเนียลา เวห์คาดว่า ปีเตอร์ มาจาร์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีฮังการี จะ “ไม่ใช้สิทธิยับยั้งอย่างสิ้นเชิง” อีกต่อไป เขาจะไม่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของรัสเซียในกระบวนการตัดสินใจของสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
หากมาจาร์ดำเนินการตามคำมั่นในการปฏิรูปต่อต้านคอร์รัปชัน ก็อาจช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างฮังการีกับสหภาพยุโรปได้ เนื่องจากความตึงเครียดส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาคอร์รัปชัน โดยในปี 2022 สหภาพยุโรปได้ระงับเงินทุนหลายพันล้านดอลลาร์แก่ฮังการี จากการละเมิดหลักนิติธรรม
หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้พรรคของออร์บานได้รับความนิยมลดลงก่อนวันเลือกตั้ง และหากพรรคของมาจาร์ดำเนินการปฏิรูปและฟื้นความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปได้ ก็มีแนวโน้มว่าสหภาพยุโรปจะปล่อยเงินทุนให้ฮังการี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมาก
พรรคของมาจาร์วางจุดยืนให้ฮังการีเป็นสมาชิกที่ต้องการร่วมมือกับสหภาพยุโรป และใช้กรอบความร่วมมือนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศ แทนที่จะบ่อนทำลายการดำเนินการร่วมกัน
ก่อนหน้านี้ มาจาร์ให้สัมภาษณ์กับเอพีว่า หากพรรคของเขาชนะเลือกตั้ง เขาจะพยายามซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่แตกร้าวกับสหภาพยุโรป และมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น “ประชามติว่าประเทศของเราจะอยู่ตรงไหนในเวทีโลก”
ม้าโทรจันของปูติน
ออร์บานเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของ วลาดิเมียร์ ปูติน ภายใน สหภาพยุโรป มาอย่างยาวนาน และเมื่อพรรคฝ่ายค้านทิสซาชนะการเลือกตั้ง ก็อาจบั่นทอนอิทธิพลของรัสเซียภายในกลุ่มสหภาพยุโรปได้
รัสเซียทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนออร์บาน รายงานข่าวกรองภายในของหน่วยข่าวกรองต่างประเทศรัสเซีย SVR ที่เปิดเผยในเดือนมีนาคม ระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ใช้ชื่อว่า “ตัวเปลี่ยนเกม” ซึ่งรวมถึงแผนการจัดฉากลอบสังหาร วิกเตอร์ ออร์บาน เพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง
นอกจากนี้รัสเซียยังถูกกล่าวหาว่าได้ส่งทีม “ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้ง” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ GRU ไปยังกรุงบูดาเปสต์ เพื่อติดตามปฏิบัติการแทรกแซงเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
ซกุต-พชีบิลสกา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองของยุโรปกลาง ระบุว่า “รัสเซียมีผลประโยชน์ชัดเจนในการรักษาอำนาจของ วิคเตอร์ ออร์บาน เพราะฮังการีทำหน้าที่เสมือนม้าโทรจันของเครมลิน ที่คอยขัดขวางการตัดสินใจของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับยูเครน และการคว่ำบาตรรัสเซียมาโดยตลอด”
เธอกล่าวว่า หากออร์บานพ่ายแพ้ ปูติน จะสูญเสียพันธมิตรที่ “ภักดีและเชื่อถือได้มากที่สุด” ภายในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการตอกย้ำจากข่าวฉาวเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ออร์บานกล่าวว่า เขาพร้อมช่วยปูตินในทุกทาง
อย่างไรก็ตาม ความพยายามของรัสเซียในการสร้างความหวาดกลัวดูเหมือนจะไม่สามารถโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่พอใจรัฐบาลได้ โดยประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น ด้านการศึกษาและสาธารณสุข ขณะที่ผู้ท้าชิงจากฝ่ายค้านกลางขวา อย่าง ปีเตอร์ มาจาร์ อดีตสมาชิกพรรคฟีเดซที่สนับสนุนนโยบายใกล้ชิดยุโรปมากขึ้น กำลังนำอยู่ในผลสำรวจคะแนนนิยมราว 10 คะแนน ที่ในท้ายที่สุดเขาก็สามารถชนะการเลือกตั้งได้อย่างถล่มทลาย
- เปิดรายชื่อคณะผู้แทนเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน มีใครบ้าง ?
- ทูตอิหร่านเผย สหรัฐฯ ยอมรับเงื่อนไขไม่โจมตีเลบานอนแล้ว
- สเปนประณามหนักอิสราเอลโจมตีเลบานอน ประกาศเปิดสถานทูตในอิหร่านอีก
- ข่าวกรองเกาหลีใต้เผย เกาหลีเหนือเริ่ม "ตีตัวห่างอิหร่าน" เพื่อเปิดทางเจรจาสหรัฐฯ
- กองทัพสหรัฐฯ ทุ่มงบหลักร้อยล้านดอลลาร์ ช่วยนักบินที่ติดอยู่ในอิหร่าน
ที่มาข้อมูล : timesmagazine, washingtonpost
ที่มารูปภาพ : Reuters
