
มื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ในพระราชูปถัมภ์ฯ และผู้แทนจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4, 5 และ 6 ร่วมประชุมคณะทำงานหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมและหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2569 ณ สถาบันราชประชาสมาสัย จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรับทราบสถานการณ์การขึ้นทะเบียน และการรับขึ้นทะเบียนของหน่วยบริการภาครัฐและเอกชน ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562
สรุปข่าว
มื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม และคณะผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมพยาบาลอาชีวอนามัยแห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ในพระราชูปถัมภ์ฯ และผู้แทนจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4, 5 และ 6 ร่วมประชุมคณะทำงานหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมและหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2569 ณ สถาบันราชประชาสมาสัย จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรับทราบสถานการณ์การขึ้นทะเบียน และการรับขึ้นทะเบียนของหน่วยบริการภาครัฐและเอกชน ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562
นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการจัดบริการที่มีมาตรฐานของกลุ่มผู้ใช้แรงงานและประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงมลพิษ โดยการประชุมครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนตามกฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมและหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2567 เพื่อกำกับสถานพยาบาลให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทั้งในด้านคุณสมบัติบุคลากร เครื่องมือตรวจสุขภาพ การเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และระบบการจัดการข้อมูล
แพทย์หญิงฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมครั้งนี้ มีมติเห็นชอบให้ “สถาบันราชประชาสมาสัย” ผ่านเกณฑ์การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการอาชีวเวชกรรมและหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ตาม พ.ร.บ. ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 ซึ่งสถาบันราชประชาสมาสัย จะเป็นหน่วยบริการภาครัฐแห่งแรกในประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียน และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่ใกล้เคียง และถือเป็นความสำเร็จสำคัญในการขยายหน่วยบริการที่มีความเชี่ยวชาญสูง เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพคนทำงาน ให้มีสุขภาพที่ดี มีความปลอดภัยจากโรคที่เกิดจากการทำงานและโรคจากสิ่งแวดล้อมต่อไป
- นักศึกษาแพทย์จบใหม่แห่สมัครลงพื้นที่ขาดแคลนพิเศษ 39 จังหวัด เกินเป้าถึง 87%
- กรมควบคุมโรค เตือนร้านค้า ห้ามโชว์-แจก-โฆษณา "นิโคตินถุง - SNUS" ผิดกฎหมาย
- สธ.จับตาผลกระทบฝุ่น Pm2.5 เปิดช่องทาง Line OA แจ้งเหตุป่วย
- สธ. ปิดรพ.เสี่ยงอีก 2 แห่ง ใช้ Telemedicine ดูแลผู้ป่วยรพ.ที่ปิดบริการ - ในศูนย์พักพิง
- สธ. มีพร้อมด้านการแพทย์รับเหตุไทย - กัมพูชา ล่าสุด เคลื่อนย้ายผู้ป่วย 534 ราย ไปพื้นที่ปลอดภัย
