
สรุปข่าว
เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (The National Bureau of Statistics) ได้เปิดเผยตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2021 ว่าอยู่ที่ 8.1% เมื่อเทียบกับของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของหลายสำนัก อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกที่คาดการณ์ไว้ที่ 8% และสูงเกินกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ที่ 6% อยู่มาก
จีดีพีของจีนพุ่งขึ้นแตะ 17.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (114.4 ล้านล้านหยวน) และทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 2 ปีที่ผ่านมา (2.2% ในปี 2020 และ 8.1% ในปี 2021) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.1% ต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 และแรงกดดันรอบด้านในช่วงเวลาที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี หากมองลึกลงไปก็มีข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจรายไตรมาสของจีนเติบโตในอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โชคดีที่เศรษฐกิจจีนในช่วงครึ่งแรกของปีขยายตัวแรงเฉียด 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมทั้งปีของจีนสามารถปิดตัวลงอย่างสวยหรู
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนปี 2021 จำแนกรายไตรมาส
ไตรมาสที่ 1 17.3%
ไตรมาสที่ 2 7.9%
ไตรมาสที่ 3 4.9%
ไตรมาสที่ 4 4.0%
จากข้อมูลของ NBS พบว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาสสุดท้ายรักษาทรงที่ 4% เมื่อเทียบกับของปีที่ผ่านมาไว้ได้ สูงกว่าการคาดการณ์ของรอยเตอร์ส (Reuters) ที่อัตรา 3.6% และบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ที่ 3.3% อยู่มาก
ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงค์จากการลดสัดส่วนเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ 0.5% ในเดือนธันวาคม ซึ่งช่วยอัดเงินจำนวนถึง 1.2 ล้านล้านหยวน และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนเมษายน 2020
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่า แบงก์ชาติจีนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงอีกครั้งในเร็ววันนี้เพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนในปีเสือ
อย่างไรก็ดี อัตราดังกล่าวก็นับเป็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำสุดในช่วง 6 ไตรมาส เมื่อผนวกกับการเติบโตในอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง 4 ไตรมาส ก็สร้างความกังวลใจเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปี 2022
NBS ยังเปิดเผยว่า ภาคการผลิตของจีนพลิกกลับมาเติบโต 4.3% ในเดือนธันวาคม จากระดับ 3.8% ในเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้มูลค่าเพิ่มของภาคการผลิตในปี 2021 ขยายตัวถึง 9.6% เมื่อเทียบกับของปีก่อน
ทั้งนี้ การผลิตยานยนต์ในเดือนธันวาคมกลับมาฟื้นตัวที่ 3.4% เมื่อเทียบกับของปีที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกนับแต่เดือนเมษายน
ขณะที่อัตราการเติบโตของภาคการผลิตของปี 2020-2021 ก็เฉลี่ยอยู่ที่ 6.1% ซึ่งส่วนสำคัญเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero Covid) อย่างเข้มข้น ที่นำไปสู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น
นอกจากนี้ ความพร้อมสรรพของภาคการผลิตดังกล่าวยังส่งผลดีต่อภาคการส่งออกโดยรวม จนกลายเป็น “พระเอก” ของหน้าเศรษฐกิจจีนในปีที่ผ่านมาอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสสุดท้ายที่จีนฉกฉวยเอาประโยชน์จากช่วงเทศกาลช้อปปิ้งของชาติตะวันตก ขยายการส่งออกจนมีสัดส่วนคิดเป็นถึง 25% ของจีดีพีในช่วงเวลาดังกล่าว และเกินดุลการค้าเป็นประวัติการณ์อีกครั้งนับแต่ปี 1950
นักวิเคราะห์ยังคาดว่า การที่ห่วงโซ่อุปทานของหลายประเทศทั่วโลกยังไม่อาจปรับเข้าสู่สภาวะปกติได้ ทำให้ตลาดโลกต้องพึ่งพาอุปทานสินค้าของจีน หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังเกิดขึ้นในวงกว้าง ก็น่าจะทำให้สภาพการณ์ของการพึ่งพาภาคการผลิตของจีนดังกล่าวดำรงอยู่ในปี 2022
ภาคการค้าปลีกพลาดเป้าในเดือนธันวาคม 2021 โดยเพิ่มขึ้นเพียง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดิ่งลงจาก 3.9% ในเดือนพฤศจิกายน และต่ำกว่าการคาดการณ์เดิมของหลายสำนักนับเท่าตัว ทั้งนี้ การค้าปลีกในปี 2021 ของสินค้าอุปโภคบริโภคมีมูลค่า 44 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับของปีก่อน และเฉลี่ย 2 ปีอยู่ที่เพียง 3.9% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของหลายสำนักอยู่มาก
อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวของจีนยังไม่อาจฝ่าด่านโควิด-19 ได้ ในส่วนของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะถูกปิดตายมา 2 ปีต่อเนื่อง จนคนในวงการต้องเปลี่ยนอาชีพไปประกอบอาชีพอื่นไปพลาง
ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศที่ถูกเปิดกว้างนับแต่วันแรงงานเมื่อปีก่อน ก็ออกอาการ “ลุ่มๆ ดอนๆ” ภายใต้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ รัฐบาลจีนยังคงเข้มงวดกับการสั่งล็อกดาวน์พื้นที่ และปรับลดการเดินทางข้ามพื้นที่ในเมืองที่มีข่าวการแพร่ระบาดในทันที ซึ่งกระทบต่อเนื่องไปยังภาคการท่องเที่ยวและการค้าปลีกในวงกว้าง
การลงทุนในสินทรัพย์คงที่ในปี 2021 ก็เพิ่มขึ้น 4.9% เพิ่มขึ้นแตะ 54.5 ล้านล้านหยวน โดยการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น 4.4% และ 0.4% ตามลำดับ
ขณะที่การลงทุนในภาคการผลิตขยายตัว 13.5% ทั้งนี้ ส่วนที่โดดเด่นที่สุดได้แก่ การลงทุนในเครื่องจักรวัตถุประสงค์พิเศษที่เติบโตอัตราถึง 24.3% เมื่อเทียบกับของปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน เพื่อลดความกังวลใจที่มีต่อการว่างงานและแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจนับแต่ครึ่งปีหลัง รัฐบาลจีนก็เร่งเพิ่มการจ้างงานใหม่ในชุมชนเมือง โดยมีจำนวนถึง 12.69 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีก่อนถึง 830,000 ตำแหน่ง โดยกลุ่มคนที่ถูกจ้างงานมากขึ้นได้แก่ แรงงานมีอายุระหว่าง 16-24 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 14.3% เมื่อเทียบกับของปีก่อน ส่งผลให้อัตราการว่างงานเฉลี่ยทั้งปีไว้ได้ที่ 5.1%
โดยสรุป การเติบโตดังกล่าวของจีนในปี 2021 นับเป็นอัตราสูงสุดในบรรดาเศรษฐกิจใหญ่ทำให้จีนไม่เพียงเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด แต่ยังสามารถลดช่องว่างจากผู้นำเศรษฐกิจโลกอย่างสหรัฐฯ จนเหลือน้อยสุดในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้อีกด้วย
การเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่สูงทำให้ขนาดเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องจนหลายประเทศแอบ “ตาร้อน” ผ่าว จนผมยังคิดว่า หากจีนยังเติบโตเช่นนี้ต่อไป ขนาดเศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าสหรัฐฯ เร็วกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้มาก
ขนาดเศรษฐกิจของจีนนับแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน
ช่วงเวลา | จีดีพี (ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ) | เหตุการณ์สำคัญ |
ปี 2008 | 3.6 | กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน และวิกฤติการณ์การเงินโลก |
ปี 2010 | 6.6 | งานเวิลด์เอ็กซ์โป |
ปี 2014 | 10.1 | ภาคบริการของจีนใหญ่ที่สุด เมื่อเทียบกับภาคอื่น |
ปี 2019 | 14.3 | จีดีพีต่อหัวแตะ 10,000 เหรียญสหรัฐฯ ก้าวขึ้นเป็น ประเทศพัฒนาแล้วระยะต้น และเผชิญกับโควิด-19 |
ปี 2021 | 17.3 | งานฉลองครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมฯ |
ขณะเดียวกัน รายได้เฉลี่ยต่อหัวของจีนก็เพิ่มขึ้นเป็น 12,551 เหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกไปแล้ว และสูงกว่าการคาดการณ์เดิมที่ 12,100 เหรียญสหรัฐฯ อีกด้วย อย่างไรก็ดี จีนยังมีการบ้านอีกหลายข้อให้ทำในอนาคต ลำพังเพียงรายได้เฉลี่ยต่อหัวของจีนก็ยังต่ำกว่าของประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอยู่มาก
ประการสำคัญยิ่งกว่าก็คือ จีนยังมีปัญหาและความท้าทายที่รอการพิสูจน์ฝีมืออีกมากในปีนี้ แม้กระทั่งคณะทำงานกลางด้านเศรษฐกิจของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการประชุมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็ยังสรุปว่า จีนกำลังเผชิญกับปัญหาการหดตัวของอุปสงค์ การกระตุกตัวของอุปทาน และความอ่อนแรงของความคาดหวัง
การเดินหน้าจัดระเบียบบิ๊กเทคและกิจการในหลายวงการ อาทิ การศึกษา และบันเทิง และควันหลงจากปัญหาวิกฤติเอเวอร์แกรนด์ก็คาดว่าจะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึมต่ออีกระยะหนึ่ง เหล่านี้จะเพิ่มแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้
นอกจากนี้ ตัวแปรสำคัญที่กดดันยิ่งในช่วงนี้ก็ได้แก่ การตรวจพบเชื้อโควิด-19 ที่ผุดขึ้นในหลายเมืองใหญ่ของจีนในช่วงปลายปีก่อนและต่อต้นปีนี้ อาทิ ซีอาน เทียนจิน และเซี่ยงไฮ้ รวมทั้งกรุงปักกิ่งที่อยู่ระหว่างการเตรียมจัดงานการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในต้นเดือนกุมภาพันธ์
สิ่งนี้ทำให้รัฐบาลจีนเพิ่มความเข้มงวดกับมาตรการกักตัวและการเดินทางข้ามพื้นที่ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ซึ่งอาจกระทบต่อไปถึงภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ รวมไปถึงภาคการผลิตในปีนี้ และแน่นอนว่า มาตรการเหล่านี้น่าจะลากยาวไปอย่างน้อยจนงานใหญ่ดังกล่าวลุล่วงไป หรือจนสิ้นสุดไตรมาสแรกของปี 2022 เป็นอย่างน้อย
เท่านั้นไม่พอ จีนยังจะมีงานใหญ่อีกหลายงาน และฝ่าแรงกดดันด้านการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศถาโถมเข้ามาในปีเสือนี้
ดังนั้น หากต้องการบรรลุเป้าหมาย “ความเจริญรุ่งเรืองถ้วนหน้า” อย่างที่หวังไว้ในอนาคต จีนก็ยังไม่อาจชะล่าใจ ผ่อน “คันเร่ง” และ “ปล่อยพวงมาลัย” รถยนต์เศรษฐกิจคันนี้ได้ และปีเสือก็จะเป็นอีกบทพิสูจน์ฝีมือของผู้บริหารและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน ...
ภาพจาก : AFP
- “พิชัย”เปิดข้อเสนอไทยยื่น USTR ร่วมมือเอไอ-เพิ่มนำเข้า-คุมแอบอ้าง
- ไทยลุ้นโอกาสทองส่งออกไก่ หลังบราซิลไข้หวัดนกระบาด
- เปิดรายละเอียด ครม. เห็นชอบแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม-ท่องเที่ยว
- เลื่อน 'เงินหมื่นเฟส 3' เพราะอะไร? แล้วจะได้เมื่อไหร่?
- ครม.ไฟเขียวเปิดทาง ออก "Thailand Digital Token" งวดแรก 5 พันล้านบาท
- ภาษีเข้ารัฐ 7 เดือนแรกปีงบ 68 ทะลุ 1.13 ล้านล้าน สูงกว่าเป้า 1.6%
- รัฐบาลมั่นใจบริหารการเงิน-การคลังให้มั่นคง สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจได้
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand