ยิ่งเศรษฐกิจโต โลกยิ่งร้อน!

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยิ่งเศรษฐกิจโต  โลกยิ่งร้อน!

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าและความเจริญของมนุษยชาติ ประเทศที่เติบโตเร็วหมายถึงชีวิตที่ดีขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้น และโอกาสที่มากขึ้น แต่ในยุคของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แนวคิดเรื่องการเติบโตเริ่มถูกตั้งคำถามอีกครั้ง เพราะความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นอาจมาพร้อมกับการปล่อยคาร์บอนที่ผลักโลกเข้าสู่ภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว

 

ความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกอุ่นขึ้น ในอดีต การเติบโตของ GDP มักเดินคู่กับการใช้พลังงานฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจมีรอยเท้าคาร์บอนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มพยายามแยกการเติบโตออกจากการปล่อยคาร์บอน (decoupling) โดยหันไปใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น แต่ความสำเร็จนี้ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมทั่วโลก ประเทศร่ำรวยบางประเทศเริ่มลดการปล่อยคาร์บอนได้ แม้เศรษฐกิจยังเติบโต ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากยังต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร


สรุปข่าว

“เศรษฐกิจโลก” เติบโตพร้อมการปล่อยคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น ทำให้โลกร้อนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บางประเทศเริ่มแยกการเติบโตออกจากการปล่อยคาร์บอนได้ แต่ทั่วโลกยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิลสูง อนาคตขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจสีเขียวที่เติบโตได้โดยไม่ทำลายโลก

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าและความเจริญของมนุษยชาติ ประเทศที่เติบโตเร็วหมายถึงชีวิตที่ดีขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้น และโอกาสที่มากขึ้น แต่ในยุคของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แนวคิดเรื่องการเติบโตเริ่มถูกตั้งคำถามอีกครั้ง เพราะความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นอาจมาพร้อมกับการปล่อยคาร์บอนที่ผลักโลกเข้าสู่ภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว

 

ความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกอุ่นขึ้น ในอดีต การเติบโตของ GDP มักเดินคู่กับการใช้พลังงานฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจมีรอยเท้าคาร์บอนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา หลายประเทศเริ่มพยายามแยกการเติบโตออกจากการปล่อยคาร์บอน (decoupling) โดยหันไปใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น แต่ความสำเร็จนี้ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมทั่วโลก ประเทศร่ำรวยบางประเทศเริ่มลดการปล่อยคาร์บอนได้ แม้เศรษฐกิจยังเติบโต ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากยังต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร


ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเศรษฐกิจจะเติบโตหรือไม่ แต่คือ “จะเติบโตอย่างไร” โลกกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ในการสร้างระบบเศรษฐกิจที่สามารถเพิ่มความเป็นอยู่ของผู้คนโดยไม่ทำลายสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และรูปแบบการบริโภคที่ยั่งยืนจึงกลายเป็นความจำเป็นมากกว่าทางเลือก

 

บทความยังสะท้อนว่า หากโลกยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไป การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจยิ่งเร่งวิกฤตโลกร้อนให้รุนแรงขึ้น แต่หากสามารถเปลี่ยนเส้นทางการพัฒนาได้ เศรษฐกิจและการลดคาร์บอนอาจเดินไปพร้อมกันได้ในอนาคต

 

การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกับสิ่งแวดล้อม แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบให้ยั่งยืน โลกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างการเติบโตแบบเดิมที่พึ่งพาฟอสซิล กับการเติบโตแบบใหม่ที่เน้นพลังงานสะอาดและความยั่งยืน หากมนุษย์เลือกเส้นทางที่ถูกต้อง เศรษฐกิจอาจเติบโตได้โดยไม่ต้องแลกกับอนาคตของโลก 


ที่มาข้อมูล : theguardian.com

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top