โลกเดือดสะเทือน “เกรตเลกส์” น้ำแข็งผันผวนรุนแรง กระทบระบบนิเวศทั้งภูมิภาค

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกเดือดสะเทือน “เกรตเลกส์” น้ำแข็งผันผวนรุนแรง  กระทบระบบนิเวศทั้งภูมิภาค

นักวิจัยในรัฐมิชิแกนได้ย้อนรอยข้อมูลสภาพอากาศกว่า 120 ปี เพื่อทำความเข้าใจการก่อตัวของน้ำแข็งในทะเลสาบเกรตเลกส์ และเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการลดลงของปลาไวต์ฟิชในภูมิภาค


งานวิจัยนี้อาศัยข้อมูลอุณหภูมิจากสถานีตรวจอากาศรอบภูมิภาคเกรตเลกส์ตั้งแต่ปี 1897 เพื่อประเมินว่าพื้นที่ใดเกิดน้ำแข็งและน้ำแข็งคงอยู่นานเพียงใด ข้อมูลชุดใหม่นี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Scientific Data และเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง IPR และ Grist ซึ่งเป็นสื่อสิ่งแวดล้อมไม่แสวงกำไร


นักวิจัยระบุว่า แม้จะมีข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเกี่ยวกับน้ำแข็งในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา แต่การศึกษาภูมิอากาศในระยะยาวจำเป็นต้องใช้ข้อมูลย้อนหลังที่ยาวนานกว่า เนื่องจากฤดูหนาวในเกรตเลกส์ยังมีช่องว่างทางความรู้จำนวนมาก โดยเฉพาะข้อมูลภาคสนามที่ยากต่อการเก็บเพราะสภาพอากาศรุนแรงจนต้องนำทุ่นตรวจวัดออกจากพื้นที่


สรุปข่าว

นักวิจัยสร้างฐานข้อมูลน้ำแข็งเกรตเลกส์ย้อนหลัง 120 ปีจากข้อมูลอุณหภูมิ เพื่อศึกษาภูมิอากาศและระบบนิเวศฤดูหนาว ข้อมูลช่วยอธิบายการลดลงของปลาไวต์ฟิชและผลกระทบของโลกร้อนในภูมิภาค แนวโน้มชี้ว่าอุณหภูมิเพิ่ม ฤดูหนาวสั้นลง และสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นในระยะยาว

นักวิจัยในรัฐมิชิแกนได้ย้อนรอยข้อมูลสภาพอากาศกว่า 120 ปี เพื่อทำความเข้าใจการก่อตัวของน้ำแข็งในทะเลสาบเกรตเลกส์ และเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการลดลงของปลาไวต์ฟิชในภูมิภาค


งานวิจัยนี้อาศัยข้อมูลอุณหภูมิจากสถานีตรวจอากาศรอบภูมิภาคเกรตเลกส์ตั้งแต่ปี 1897 เพื่อประเมินว่าพื้นที่ใดเกิดน้ำแข็งและน้ำแข็งคงอยู่นานเพียงใด ข้อมูลชุดใหม่นี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Scientific Data และเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง IPR และ Grist ซึ่งเป็นสื่อสิ่งแวดล้อมไม่แสวงกำไร


นักวิจัยระบุว่า แม้จะมีข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมเกี่ยวกับน้ำแข็งในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา แต่การศึกษาภูมิอากาศในระยะยาวจำเป็นต้องใช้ข้อมูลย้อนหลังที่ยาวนานกว่า เนื่องจากฤดูหนาวในเกรตเลกส์ยังมีช่องว่างทางความรู้จำนวนมาก โดยเฉพาะข้อมูลภาคสนามที่ยากต่อการเก็บเพราะสภาพอากาศรุนแรงจนต้องนำทุ่นตรวจวัดออกจากพื้นที่


นักวิจัยจึงใช้อุณหภูมิอากาศเป็นตัวชี้วัดแทน เพราะน้ำแข็งมักก่อตัวหลังจากอากาศหนาวติดต่อกันหลายวัน จากการคำนวณข้อมูลจึงได้ชุดข้อมูลน้ำแข็งที่สามารถเปรียบเทียบกับสภาพปัจจุบัน และช่วยสนับสนุนการวิจัยพฤติกรรมสัตว์ในฤดูหนาว

 

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าสภาพใต้ชั้นน้ำแข็งยังเป็นสิ่งที่เข้าใจน้อย โดยเฉพาะผลกระทบต่อระบบนิเวศและปลาไวต์ฟิชในเกรตเลกส์ ซึ่งกำลังลดจำนวนลง ข้อมูลใหม่นี้จึงเป็นฐานสำคัญในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศท่ามกลางภาวะโลกร้อน

 

งานวิจัยยังชี้ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในภูมิภาคเพิ่มขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ฤดูน้ำค้างแข็งสั้นลง และเกิดพายุหิมะหรือฝนหนักบ่อยขึ้น แม้บางปีน้ำแข็งจะกลับมาใกล้ค่าเฉลี่ย แต่ความแปรปรวนระหว่างปีเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระยะยาว


ข้อมูลน้ำแข็งย้อนหลัง 120 ปีช่วยเติมเต็มช่องว่างความรู้เกี่ยวกับฤดูหนาวในเกรตเลกส์ และเป็นกุญแจสำคัญในการศึกษาผลกระทบของโลกร้อนต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะการลดลงของปลาไวต์ฟิช พร้อมชี้ให้เห็นว่าความผันผวนของอากาศที่รุนแรงขึ้นเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้คนในภูมิภาคนี้

ที่มาข้อมูล : interlochenpublicradio.org

ที่มารูปภาพ : the National Oceanic and Atmospheric Agency

sticky-bar-top