
รัฐแคลิฟอร์เนีย ฮาวาย และนิวยอร์ก กำลังพิจารณาออกกฎหมายให้อัยการสูงสุดของรัฐสามารถยื่นฟ้องบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลรายใหญ่ เพื่อให้ร่วมรับผิดชอบต่อค่าเบี้ยประกันบ้านที่พุ่งสูงขึ้นจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายให้บริษัทพลังงานฟอสซิล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของภาวะโลกร้อน รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายด้านประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศสุดขั้ว โดยเงินที่ได้จากการชนะคดีสามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ต้องแบกรับค่าเบี้ยประกันที่สูงขึ้น รวมถึงสนับสนุนโครงการประกันภัยของรัฐสำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำประกันในตลาดเอกชนได้
วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนีย “สก็อตต์ วีเนอร์” ระบุว่า ค่าเบี้ยประกันบ้านในรัฐกำลังเผชิญ “วิกฤตอย่างแท้จริง” พร้อมเตือนว่า ภัยพิบัติจากสภาพอากาศจะยิ่งทวีความรุนแรงในอนาคต และไม่ควรปล่อยให้ประชาชนหรือธุรกิจขนาดเล็กต้องแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว
สรุปข่าว
รัฐแคลิฟอร์เนีย ฮาวาย และนิวยอร์ก กำลังพิจารณาออกกฎหมายให้อัยการสูงสุดของรัฐสามารถยื่นฟ้องบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลรายใหญ่ เพื่อให้ร่วมรับผิดชอบต่อค่าเบี้ยประกันบ้านที่พุ่งสูงขึ้นจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายให้บริษัทพลังงานฟอสซิล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของภาวะโลกร้อน รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายด้านประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสภาพอากาศสุดขั้ว โดยเงินที่ได้จากการชนะคดีสามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ต้องแบกรับค่าเบี้ยประกันที่สูงขึ้น รวมถึงสนับสนุนโครงการประกันภัยของรัฐสำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำประกันในตลาดเอกชนได้
วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนีย “สก็อตต์ วีเนอร์” ระบุว่า ค่าเบี้ยประกันบ้านในรัฐกำลังเผชิญ “วิกฤตอย่างแท้จริง” พร้อมเตือนว่า ภัยพิบัติจากสภาพอากาศจะยิ่งทวีความรุนแรงในอนาคต และไม่ควรปล่อยให้ประชาชนหรือธุรกิจขนาดเล็กต้องแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว
ในแคลิฟอร์เนีย เหตุไฟป่ารุนแรงในพื้นที่ลอสแอนเจลิสเมื่อปี 2568 ซึ่งทำลายบ้านเรือนและทรัพย์สินมากกว่า 18,000 หลัง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญค่าเบี้ยประกันพุ่งสูง บริษัทประกันจำนวนมากไม่ต่ออายุกรมธรรม์ และมีการล่าช้าหรือปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมจำนวนมาก
ด้านรัฐนิวยอร์ก พบว่าค่าเบี้ยประกันภัยก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ทั่วทั้งรัฐตั้งแต่ปี 2561 และในบางพื้นที่เพิ่มขึ้นสูงกว่านั้น เช่น อาคารที่พักอาศัยหลายครอบครัวในบรู๊กลิน มีค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าระหว่างปี 2563–2566
ขณะที่รัฐฮาวายเผชิญวิกฤตประกันภัยจากน้ำท่วม พายุ และไฟป่า โดยเหตุไฟป่าที่เกาะเมาวีเมื่อปี 2566 สร้างความเสียหายจนเกิดการเคลมประกันมากกว่า 82,800 ล้านบาท และหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 50 ต่อปีในบางพื้นที่ พร้อมกับบริษัทประกันบางแห่งถอนตัวออกจากตลาดเนื่องจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
กฎหมายทั้งสามรัฐกำหนดว่า บริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีมูลค่าอย่างน้อย 17,500 ล้านบาท และดำเนินธุรกิจภายในรัฐ สามารถถูกฟ้องร้องได้ โดยเงินชดเชยที่ได้จากศาลจะถูกนำไปช่วยบรรเทาภาระค่าเบี้ยประกันของประชาชน และสนับสนุนโครงการประกันภัยของรัฐ
ในแคลิฟอร์เนีย การพึ่งพาโครงการประกันภัยของรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 500% ในช่วงไม่ถึง 10 ปี และคาดว่าจะต้องจ่ายค่าสินไหมจากไฟป่าลอสแอนเจลิสปี 2568 ราว 140,000 ล้านบาท โดยรัฐได้ขอให้บริษัทประกันที่ร่วมทุนในโครงการช่วยรับภาระ 35,000 ล้านบาท ซึ่งครึ่งหนึ่งอาจถูกผลักภาระไปยังผู้เอาประกันผ่านการปรับขึ้นค่าเบี้ย
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันออกมาคัดค้าน โดยสถาบันปิโตรเลียมอเมริกันระบุว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นการลงโทษย้อนหลังต่ออุตสาหกรรมที่ตอบสนองความต้องการพลังงานของประชาชน และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพ
ทั้งนี้ หลายรัฐในสหรัฐฯ เคยดำเนินคดีต่อบริษัทน้ำมันเกี่ยวกับการปกปิดข้อมูลวิกฤตสภาพภูมิอากาศมาแล้ว และมีกฎหมาย “Climate Superfund” ในบางรัฐที่บังคับให้บริษัทพลังงานรายใหญ่ร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกระแสเรียกร้องให้บริษัทพลังงานรับผิดชอบต่อความเสียหายจากโลกร้อนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- “เสียงนกร้อง” ช่วยเยียวยาใจ งานวิจัยชี้ช่วยลดเครียดได้จริง!
- “เอลนีโญ” กำลังมา เสี่ยงดันปี 70 ร้อนทุบสถิติโลก!
- “ฟิลิปปินส์” อ่วมหนัก น้ำท่วม ดินถล่มจากพายุ “เปญา” เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 คน
- อังกฤษเตรียมหั่นงบช่วยโลกร้อน เสียงเตือนดังอาจกระทบชีวิตผู้คน และภาพลักษณ์ผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม
- ยุโรปเผชิญพายุถี่ผิดปกติ โปรตุเกส-สเปนน้ำท่วมหนัก ในช่วงฤดูหนาว!

