มาแล้ว ... ภาค 2 ของชุมชน 15 นาทีเดิน (ตอนจบ) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

มาแล้ว ... ภาค 2 ของชุมชน 15 นาทีเดิน (ตอนจบ) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร

สรุปข่าว


นอกจากการเดินหน้าโครงการ“ชุมชน 15 นาทีเดิน”ในนครเซี่ยงไฮ้แล้ว จีนทำอะไรอีกบ้าง ทำอย่างไร กระจายกว้างขวางขนาดไหน และทิศทางในอนาคตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะไปเจาะลึกกันครับ ,,,

หลังจากการทดสอบและพัฒนาโมดลการพัฒนาโครงการ “ชุมชน 15 นาทีเดิน” มาระยะเวลาหนึ่ง จีนก็เดินหน้าโครงการระยะที่ 2 โดยขยายผลจากเซี่ยงไฮ้ที่เป็น “พื้นที่นำร่อง” ไปยังอีก52 หัวเมืองทั่วจีนดั่งสุภาษิต “เดินข้ามลำธารโดยใช้เท้าสัมผัสหิน” 

และที่ผมชอบมากก็คือ การออกแบบกลไกการเรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้สามารถปรับใช้โมเดลการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพปัจจัยแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะทำให้ชุมชนฯ สร้างประโยชน์ให้กับคนในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

เพื่อประสิทธิภาพในการเรียนลัดและนำเอาโมเดลการพัฒนา “ชุมชน 15 นาทีเดิน” ไปประยุกต์ใช้ในวงกว้างของจีน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ (Ministry of Natural Resources) และนครเซี่ยงไฮ้รับหน้าที่ร่วมกันเป็นแม่งานในการสร้างเวที “ฤดูกาลงานศิลป์พื้นที่ชุมชนเมืองแห่งเซี่ยงไฮ้” (The Shanghai Urban Space Art Season) มาอย่างต่อเนื่องนับแต่ปี 2015

โดยงานนี้จัดขึ้นทุก 2 ปี ยาวนานกว่า 2 เดือนช่วง25 กันยายน-30 พฤศจิกายนในแต่ละครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนของมณฑลและมหานครอื่นมาเยี่ยมชมดูงาน ศึกษาและทำความเข้าใจเชิงลึกขั้นตอนและวิธีการดำเนินโครงการของเซี่ยงไฮ้ผ่านกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่การสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสำรวจเมือง และการศึกษาเรียนรู้ผลงานความคืบหน้าและความสำเร็จที่ผ่านมา

เมืองใหญ่ของจีนที่มีประชากรตั้งแต่ 10 ล้านคนขึ้นไป อาทิ กรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน หนานจิง (เมืองเอกของมณฑลเจียงซู) หังโจว (เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง) เหอเฝย (เมืองเอกของมณฑลอันฮุย) อู่ฮั่น (เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย) กวางโจว (เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง) และเฉิงตู (เมืองเอกของมณฑลเสฉวน) รวมทั้งเมืองระดับที่ 3 และต่ำกว่าของจีน อาทิ โฮห์ฮอต (เมืองเอกของมองโกเลียใน) และเป่าติ้ง ในมณฑลเหอเป่ยต่างส่งผู้แทนเข้าร่วมกิจกรรมในงานดังกล่าวกันอย่างคึกคัก

งานดังกล่าวยังเปิดให้นักวิชาการ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนโดยทั่วไปเข้าเยี่ยมชมเพื่อเรียนรู้โครงการและการดำเนินงาน รวมทั้งสร้างช่องทางการนำเสนอความคิดเห็นของภาคประชาชน ทำให้โครงการได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงโมเดลกันอย่างต่อเนื่อง

มาแล้ว ... ภาค 2 ของชุมชน 15 นาทีเดิน (ตอนจบ) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร ภาพจาก AFP

 

เราลองตามไปดูกันว่าหัวเมืองอื่นในจีนดำเนินโครงการ “ชุมชน 15 นาทีเดิน” กันอย่างไรเมืองหลวงของจีนอย่างปักกิ่งที่มีประชากรราว 25ล้านคน ก็ดำเนินโครงการอย่างจริงจังเช่นกัน โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2025 ปักกิ่งจะพัฒนาบริการสาธารณะแก่คนท้องถิ่นได้อย่างทั่วถึง และจะดึงเอากว่า 2,000 แบรนด์ธุรกิจในและต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ร้านค้าจำนวนกว่า 50,000 แห่งในพื้นที่จะได้รับการปรับปรุงทางกายภาพ การยกระดับแบรนด์ธุรกิจท้องถิ่น และการอัพเกรดมาตรฐานบริการด้านดิจิตัลโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการผู้สูงอายุ การทำความสะอาดบ้าน และการท่องเที่ยว

ในการนี้ รัฐบาลปักกิ่งได้กำหนด 20 มาตรการส่งเสริมใน 5 ด้านมาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงาน ยกตัวอย่างเช่น การช่วยออกแบบขนาดร้านและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมทางธุรกิจ การจัดตั้งชุมชนบริการแบบ “จุดเดียว” เพื่อรองรับการบริโภคในแต่ละวัน และการพัฒนาฮับการขนส่งและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งจะถูกผนวกให้สอดรับกับแผนแม่บทการปรับปรุงชุมชนเมืองของปักกิ่ง

นอกจากนี้ ปักกิ่งยังให้ความสำคัญในรายละเอียดกับโมเดลการพัฒนาเพื่อคงอัตลักษณ์ของปักกิ่งเอาไว้ โดยความหลากหลายของโมเดลธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะได้รับการ “ต่อยอด” 

ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายของชำและร้านสะดวกซื้อจะถูกกระตุ้นให้นำเสนอบริการอาหารเช้า เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อหาอาหารในชั่วโมงเร่งรีบให้แก่คนท้องถิ่น สิ่งนี้จะเพิ่มรายได้และกิจกรรมการค้าให้กับธุรกิจได้ตั้งแต่เช้าตรู่

นอกจากนี้ ปักกิ่งยังจะจัดระเบียบขั้นตอนการจัดการทางธุรกิจ ลดต้นทุนในการเข้าสู่ตลาด เสริมสร้างการสนับสนุนทางการเงินแก่ SMEs เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจใหม่ และเพิ่มความแข็งแกร่งทางธุรกิจ อันจะเสริมประโยชน์แก่ผู้บริโภคในชุมชนท้องถิ่นในวงกว้าง

อันที่จริง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปักกิ่งได้พยายามปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกระดับชุมชนอย่างแพร่หลาย โดยจนถึงสิ้นปี 2021รัฐบาลได้ช่วยจัดระเบียบร้านค้ากว่า 90,000 แห่งครอบคลุมตั้งแต่ร้านขายของชำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารเช้า ร้านกาแฟ บริการทำความสะอาดบ้าน ร้านทำผม ตู้พัสดุ บริการซักอบเสื้อผ้า และร้านซ่อมสินค้า

มาแล้ว ... ภาค 2 ของชุมชน 15 นาทีเดิน (ตอนจบ) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร ภาพจาก AFP

 

แน่นอนว่า ปักกิ่งกำลังพลิกสู่ “หน้าใหม่” ของการพัฒนาโครงการในอนาคต ...

ขณะเดียวกัน เฉิงตู หัวเมืองใหญ่ในซีกตะวันตกของจีน ก็จัดการกับขยายตัวของชุมชนเมืองด้วยแผนการสร้างโครงการชุมชน 15 นาทีเดินผ่านชื่อ “เมืองที่ยิ่งใหญ่” (Great City) ที่ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกของเมืองให้มากพอที่จะสนับสนุนบริการที่จำเป็นให้กระจายทั่วพื้นที่เพื่อรองรับคนท้องถิ่นเกือบ 20 ล้านคนและผู้แวะเวียนไปท่องเที่ยว

ขณะที่เมืองเอกขนาดเล็กอย่างโฮห์ฮอตหรือที่คนจีนเรียกว่า “ฮูเหอฮ่าวเท่อ” ที่ตั้งอยู่บริเวณ “หลังไก่” และมีประชากรไม่ถึง 3 ล้านคน ก็ให้ความสำคัญกับโครงการเช่นกัน โดยได้ประกาศเตรียมพัฒนาชุมชนฯ จำนวน10 จุดขึ้นภายในปี 2022 พร้อมตั้งเป้าหมายว่า มากกว่า 90% ของบริการสาธารณะในเมืองจะถูกผนวกเข้ากับโครงการดังกล่าวภายในปี 2026 ซึ่งจะทำให้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกเป็นอย่างมาก

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ภายหลังการดำเนินโครงการนี้มาระยะหนึ่ง ผลปรากฏว่า จีนได้รับประโยชน์มากกว่าที่ตั้งใจไว้อย่างไม่คิดฝันมาก่อน

กล่าวคือ นอกจากการเป็น “เมืองน่าอยู่” ที่ช่วยสร้างความสะดวกสบายประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิต และมีสุขภาพที่ดีขึ้น รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจากบริการสาธารณะและอื่นๆ ที่ใกล้ชิดติดกันแก่คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวแล้วโครงการ “ชุมชน15 นาทีเดิน” ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบผู้ติดเชื้อ และกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด และการกักตัวไปพร้อมกัน 

เราเห็นหลายหัวเมืองใหญ่ได้รับประโยชน์จากปรากฏการณ์ดังกล่าวในช่วงกว่า 2 ปีหลังที่โควิดผุดตัวขึ้นเป็นระลอก อาทิ ปักกิ่ง เทียนจินเซี่ยงไฮ้ หังโจวและเซินเจิ้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นรัฐบาลจีนผลักดันการดำเนินโครงการสู่ระยะที่ 2 อย่างจริงจังในช่วงหลัง

ในอนาคตอันใกล้ หัวเมืองจำนวนกว่าครึ่งร้อยแห่งของจีนจะอุดมไปด้วยชุมชนฯ ที่มีลักษณะเฉพาะ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคหลังโควิด ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้จีน “ต่อยอด” ขยายโครงการ “ชุมชน 15 นาทีเดิน”สู่ระยะที่ 3 ในระยะยาว

จีนเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวอีกครั้งเมื่อไหร่ เราคงจะได้มีโอกาสไปสัมผัส “ของจริง” กันนะครับ...


ภาพจาก AFP


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร
จีน
startup
กลุ่มธุรกิจ
อุตสาหกรรมจีน
เซี่ยงไฮ้