
สรุปข่าว
Gold Bullish
- ความต้องการทองคำจากจีนในปีนี้คาดเพิ่มขึ้น
- ธนาคารกลางซื้อทองคำในเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้น
- ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ
Gold Bearish
- ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดวงเงินมาตรการ QE ตั้งแต่เดือนพ.ย.
- ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าเดิม
- การกระจายวัคซีนโควิด-19
ความต้องการทองคำไตรมาส 3 ภาคเครื่องประดับโดดเด่นสุด
เม็ดเงินที่ไหลออกจากกองทุนอีทีเอฟทองคำในไตรมาส 3 รวม 27 ตันเป็นตัวฉุดความต้องการทองคำทั่วโลกไตรมาส 3 ของปีนี้ ทำให้เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีที่แล้วความต้องการทองคำลดลง 7% เหลือ 831 ตัน ขณะที่ความต้องการทองคำในส่วนอื่นๆ กลับเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการทองคำในภาคเครื่องประดับ ภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำ ความต้องการทองคำในภาคเครื่องประดับที่แข็งแกร่งได้รับผลทางบวกจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 33% เป็น 443 ตัน การลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพิ่มขึ้น 18% เป็น 262 ตัน ที่น่าสนใจคือการลงทุนในทองคำแท่งเพิ่มขึ้นถึง 56% อันเป็นผลจากราคาทองคำที่ปรับลงแรงในเดือนส.ค.เป็นโอกาสในการเข้าซื้อทองคำแท่ง ความต้องการทองคำภาคอุตสาหกรรมได้กลับมาฟื้นตัวเท่ากับก่อนโควิดแล้ว ส่วนธนาคารกลางยังคงซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง แต่ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 69 ตัน ไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับหลายไตรมาสที่ผ่านมา สำหรับปีนี้ธนาคารกลางซื้อทองคำรวมแล้วสูงถึง 400 ตัน
ความต้องการทองคำในไตรมาส 3 แยกตามกลุ่ม

แนวโน้มความต้องการทองคำในช่วงที่เหลือของปีนี้
สำหรับความต้องการทองคำทั่วโลกในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดยังได้รับอานิสงค์ทางบวกจากเศรษฐกิจโลกที่ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าจะส่งผลบวกต่อความต้องการทองคำในภาคเครื่องประดับและภาคอุตสาหกรรม ส่วนความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนอาจยังมีความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ป้องกันอัตราเงินเฟ้อได้ แต่เม็ดเงินที่ไหลออกจากกองทุนอีทีเอฟทองคำอาจเป็นตัวฉุดความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนได้อยู่บ้าง แต่คาดแรงเทขายลดน้อยลง ทำให้คาดไม่ได้กระทบทางลบต่อราคาทองคำ ขณะที่ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางถือว่ามีสัญญาณที่ดีเนื่องจากอยู่ในระดับที่สูงกว่าความต้องการทองคำเฉลี่ย
แนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์นี้คาดจะอยู่ในช่วงของการปรับฐาน หลังจากปรับขึ้นร้อนแรง โดยคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,833-1,870 ดอลลาร์ สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC ดัชนีราคา PCE พื้นฐานของสหรัฐเดือนต.ค. และจีดีพีไตรมาส 3 ของสหรัฐ ซึ่งเป็นประมาณการครั้งที่ 2 การเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC จะทำให้ทราบมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด ส่วนดัชนีราคา PCE พื้นฐานของสหรัฐเดือนต.ค. ตลาดคาดจะเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบรายปี
ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,840 ดอลลาร์ และ 1,833 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,870 ดอลลาร์ และ 1,877 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 28,500 บาท และ 28,400 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 28,900 บาท และ 29,000 บาท
ภาพประกอบ : พีอาร์ ฮั่วเซ่งเฮง
ภาพประกอบ : พีอาร์ ฮั่วเซ่งเฮง
ข้อมูล :ธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง
ภาพประกอบ : พีอาร์ ฮั่วเซ่งเฮง ,TNN Online ,พีอาร์ กรมการค้าภายใน
- ราคาทองคำวันนี้ 2 มิ.ย. 2568 เปิดตลาดปรับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 52,050 บาท
- ราคาทองคำวันนี้ 31/05/68 เปิดตลาดปรับลง 50 รูปพรรณขายออก 51,950 บาท
- หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 31 พฤษภาคม 2568 ปิดบวก 54.34 จุด ทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมเจรจากับจีน
- ทองเร่งตัวขึ้น หลังศาลอุทธรณ์เผย“ทรัมป์” ยังเก็บภาษีตอบโต้ได้ต่อ
- ทองปรับลงต่อ หลัง FOMC เผยเงินเฟ้อยังน่ากังวล อัตราว่างงานสหรัฐฯสูง
- ราคาทองคำวันนี้ 29 พ.ค. 2568 เปิดตลาดปรับร่วงแรง 550 บาท รูปพรรณขายออก 51,550 บาท
- "GCAP Gold" มอง "ราคาทอง" เด้งระยะสั้น ลุ้นแตะ 53,000 บาท ความเสี่ยงพันธบัตรสหรัฐฯ ภาษี EU หนุน
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
