
สรุปข่าว
หลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก ต่างได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ เช่น เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กรุงโซลของเกาหลีใต้ เจอกับพายุฝนที่รุนแรงอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้เปิดเผยว่า นี่อาจเป็นหนึ่งในพายุฝนที่หนักที่สุดในรอบ 80 ปีของประเทศ บางพื้นที่ของกรุงโซลปริมาณฝนที่ตก 1 วัน สูงเท่ากับ ปริมาณฝนของหน้าร้อนทั้งเดือน สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เกิดขึ้น และความรุนแรงของสภาพอากาศสุดขั้ว นอกจากเอเชียตะวันออกแล้ว ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เสี่ยงที่จะเจอกับสภาพอากาศสุดขั้วเช่นกัน หลายประเทศเผชิญพายุและน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้นและถี่ขึ้น เช่น โฮจิมินห์ของกัมพูชา จาการ์ตาของอินโดนีเซีย มะนิลาของฟิลิปปินส์ รวมถึง กรุงเทพฯ หลายเมืองใหญ่อยู่ติดทะเล ทำให้อาจได้รับความเสี่ยงจากปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง และทำให้เมืองจมน้ำได้ในอนาคต เพราะอุณหภูมิเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเพิ่มขึ้นทุกทศวรรษมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2503 ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผย 10 อันดับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกรวนมากที่สุดตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 พบว่า 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เวียดนาม เมียนมา ฟิลิปปินส์ รวมถึงไทย ติดอันดับด้วย โดยไทย อยู่ในอันดับ 9 เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนก็จะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติรุนแรงขึ้น กระทบทั้งความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและความมั่นคงด้านอาหารด้วย ดังนั้นข้อมูลต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องตื่นตัว หันมาใส่ใจโลกและประเทศของเราให้มากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
- โลกร้อนไม่ใช่ภัยเงียบ ธารน้ำแข็งทั่วโลกกำลังหายไป เข้าใกล้จุดวิกฤตอย่างไม่มีวันย้อนกลับ
- โลกเจอคลื่นความร้อน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30 วันต่อปี จะมากกว่านี้หากไม่ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
- โลกร้อนยิ่งแห้งแล้ง “อังกฤษ” สร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ ในรอบ 30 ปี แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ
- อิฐรีไซเคิลลดคาร์บอน นวัตกรรมสีเขียวสู้โลกร้อน ถึงแพงกว่าแต่คุ้มที่จะจ่าย
- โลกร้อนหยุดไม่อยู่! ทุกองศามีความหมาย
- เมื่อมหาสมุทรกำลังมืดลง สัญญาณเตือนวิกฤตใหม่ของโลก
- “ทอร์นาโด” ถล่มชิลี เตือน พ.ค.-มิ.ย.เจออีกหลายลูก หายนะจากภาวะโลกร้อน
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
