
ในอดีต “คลื่นความร้อน” มักถูกมองว่าเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ของอากาศร้อนจัดที่ผ่านไปได้ในที่สุด เมื่อฤดูเปลี่ยน ลมเย็นก็จะกลับมาและชีวิตก็เดินหน้าต่อได้ตามปกติ แต่ในโลกที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาพดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ที่ความร้อนระดับรุนแรงอาจไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราวอีกต่อไป หากแต่กำลังกลายเป็นสภาพอากาศประจำปีที่ยาวนานแทบตลอดทั้งปี
งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากความร้อนใน “แอฟริกา” กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในอดีตการคาดการณ์ความร้อนในทวีปนี้ทำได้ยาก เพราะแบบจำลองภูมิอากาศระดับโลกจำนวนมากไม่สามารถสะท้อนปัจจัยเฉพาะพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ แอฟริกามีภูมิประเทศและระบบนิเวศที่หลากหลาย ตั้งแต่ป่าฝนเขตร้อนชื้น ทุ่งสะวันนาแห้งแล้ง ไปจนถึงพื้นที่เกษตรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการเกิดและความรุนแรงของคลื่นความร้อน ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงพัฒนาแนวทางใหม่ที่ใช้ข้อมูลจากแบบจำลองภูมิอากาศหลายชุดร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อวิเคราะห์บทบาทของอุณหภูมิ ความชื้น ดิน ลม รังสี และการใช้ที่ดินในการก่อให้เกิดคลื่นความร้อน
สรุปข่าว
ในอดีต “คลื่นความร้อน” มักถูกมองว่าเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ของอากาศร้อนจัดที่ผ่านไปได้ในที่สุด เมื่อฤดูเปลี่ยน ลมเย็นก็จะกลับมาและชีวิตก็เดินหน้าต่อได้ตามปกติ แต่ในโลกที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาพดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ที่ความร้อนระดับรุนแรงอาจไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราวอีกต่อไป หากแต่กำลังกลายเป็นสภาพอากาศประจำปีที่ยาวนานแทบตลอดทั้งปี
งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากความร้อนใน “แอฟริกา” กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในอดีตการคาดการณ์ความร้อนในทวีปนี้ทำได้ยาก เพราะแบบจำลองภูมิอากาศระดับโลกจำนวนมากไม่สามารถสะท้อนปัจจัยเฉพาะพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ แอฟริกามีภูมิประเทศและระบบนิเวศที่หลากหลาย ตั้งแต่ป่าฝนเขตร้อนชื้น ทุ่งสะวันนาแห้งแล้ง ไปจนถึงพื้นที่เกษตรที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการเกิดและความรุนแรงของคลื่นความร้อน ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงพัฒนาแนวทางใหม่ที่ใช้ข้อมูลจากแบบจำลองภูมิอากาศหลายชุดร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อวิเคราะห์บทบาทของอุณหภูมิ ความชื้น ดิน ลม รังสี และการใช้ที่ดินในการก่อให้เกิดคลื่นความร้อน
ผลการศึกษาชี้ว่า ภายในช่วงปลายศตวรรษที่ 21 หลายพื้นที่ของแอฟริกาอาจเผชิญคลื่นความร้อนยาวนานถึง 250–300 วันต่อปี หรือเกือบตลอดทั้งปี บางพื้นที่อาจมีคลื่นความร้อนที่ยาวนานกว่า 40 วันติดต่อกัน แม้โลกจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ระดับหนึ่งก็ตาม สิ่งนี้หมายความว่า ความร้อนจะไม่ใช่เพียงความไม่สบายชั่วคราว แต่จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของวิถีชีวิต ผู้คนจะไม่มีช่วงเวลาให้ร่างกายฟื้นตัวจากความร้อนอีกต่อไป
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน โดยเฉพาะการตัดไม้ทำลายป่า ป่าไม้ทำหน้าที่เสมือนเครื่องปรับอากาศธรรมชาติ ช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในบรรยากาศ แต่เมื่อป่าถูกแทนที่ด้วยพื้นที่เกษตร ความชื้นในอากาศจะเพิ่มขึ้นจากการคายน้ำของพืช ทำให้ความร้อนสะสมมากขึ้น พื้นดินร้อนเร็วขึ้นในตอนกลางวันและยังคงร้อนในตอนกลางคืน พื้นที่เหล่านี้จึงกลายเป็น “กับดักความร้อน” ที่ทำให้คลื่นความร้อนยาวนานและอันตรายมากขึ้น โดยเฉพาะต่อชุมชนชนบท เกษตรกร และผู้ที่อาศัยในชุมชนแออัดซึ่งขาดโครงสร้างพื้นฐานในการรับมือความร้อน
ที่สำคัญ งานวิจัยพบว่ามี “เกณฑ์อันตราย” ของความร้อนและความชื้น เมื่อถึงจุดหนึ่ง แม้อุณหภูมิจะไม่สูงมาก แต่เมื่อรวมกับความชื้นสูง ก็สามารถทำให้เกิดคลื่นความร้อนที่ยาวนานและเป็นอันตรายได้ นี่คือความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากความร้อนแห้งแบบเดิม และเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่สำคัญ
อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวัง การตัดสินใจด้านการใช้ที่ดินในระดับท้องถิ่นสามารถช่วยลดผลกระทบได้ทันที การอนุรักษ์ป่า การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และการทำเกษตรที่ผสานต้นไม้เข้ากับการเพาะปลูก ล้วนช่วยลดความร้อนและเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของชุมชนได้ ป่าไม้จึงไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นเกราะป้องกันชีวิตของผู้คน
ท้ายที่สุด อนาคตของแอฟริกาภายใต้คลื่นความร้อนขึ้นอยู่กับการลงมือทำทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น โลกต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันประเทศต่าง ๆ ต้องปกป้องผืนดินของตนเอง เพราะแม้จะควบคุมภาวะโลกร้อนได้ไม่ทั้งหมด แต่เราสามารถควบคุมการตอบสนองของผืนดินต่อความร้อนได้ และป่าไม้คือกุญแจสำคัญในการปกป้องมนุษยชาติจากอนาคตที่ร้อนระอุยิ่งขึ้น
- อังกฤษเตรียมหั่นงบช่วยโลกร้อน เสียงเตือนดังอาจกระทบชีวิตผู้คน และภาพลักษณ์ผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม
- คลื่นร้อนมรณะถล่มออสเตรเลีย ทำ “ค้างคาว” ตายหมู่ยกฝูง!
- โลกเดือดสะเทือน “เกรตเลกส์” น้ำแข็งผันผวนรุนแรง กระทบระบบนิเวศทั้งภูมิภาค
- กรีนแลนด์เดือดกลางอาร์กติก เจอเดือนม.ค.ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่งเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 4 เท่า!
- โลกร้อนแรงกว่าคาด! เขตร้อนอาจร้อนทะลุขีดจำกัด
ที่มาข้อมูล : theconversation.com
ที่มารูปภาพ : NOAA

