
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า โลกนี้อยู่ยาก ภัยพิบัติมากเกินไป โลกร้อนทำให้พายุมากและรุนแรงขึ้น ฝนตกหนักน้ำท่วมใหญ่มาจากสาเหตุดังนี้
น้ำทะเลอุ่นขึ้น
อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นมากกว่า 26.5 องศาเซลเซียส เป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ทำให้พายุหมุนเขตร้อนก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้น โดยทวีปเอเชียมีอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลกในปี พ.ศ.2567-2568 คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมพื้นที่มหาสมุทรเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยอัตราการอุ่นขึ้นของผิวน้ำทะเลในทวีปเอเชียช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก
ความชื้นในบรรยากาศสูงขึ้น
เมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้นจะระเหยกลายเป็นไอน้ำมากขึ้น ทำให้บรรยากาศมีความชื้นสูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่หล่อเลี้ยงให้พายุมีความรุนแรง
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า โลกนี้อยู่ยาก ภัยพิบัติมากเกินไป โลกร้อนทำให้พายุมากและรุนแรงขึ้น ฝนตกหนักน้ำท่วมใหญ่มาจากสาเหตุดังนี้
น้ำทะเลอุ่นขึ้น
อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นมากกว่า 26.5 องศาเซลเซียส เป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ทำให้พายุหมุนเขตร้อนก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้น โดยทวีปเอเชียมีอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลกในปี พ.ศ.2567-2568 คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมพื้นที่มหาสมุทรเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยอัตราการอุ่นขึ้นของผิวน้ำทะเลในทวีปเอเชียช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก
ความชื้นในบรรยากาศสูงขึ้น
เมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้นจะระเหยกลายเป็นไอน้ำมากขึ้น ทำให้บรรยากาศมีความชื้นสูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่หล่อเลี้ยงให้พายุมีความรุนแรง
ความถี่ของพายุรุนแรงเพิ่มขึ้น
งานวิจัยหลายชิ้นรวมทั้งรายงานจากการศึกษาของ Kossin et al. (2020) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature พบว่า ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้มีโอกาสเกิดพายุระดับรุนแรง (Category 4 หรือ 5) บ่อยขึ้นในภูมิภาคต่างๆ เช่น มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก
โลกร้อนต้นเหตุพายุรุนแรง
สรุปคือโลกร้อนขึ้นส่งผลให้เกิดพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกและเอเชียมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงให้พายุรุนแรงขึ้น และยังเพิ่มความชื้นในบรรยากาศ ทำให้พายุที่เกิดขึ้นมีพลังมากขึ้น
ตั้งแต่ต้นปี 2568 ประเทศเวียดนามเผชิญพายุไต้ฝุ่น 11 ลูก ในจำนวนนี้พัดขึ้นฝั่ง 6 ลูก และเจอพายุดีเปรสชันอีก 4 ลูก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 238 ราย บาดเจ็บเกือบ 400 ราย พร้อมทั้งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบ้านเรือนพื้นที่เพาะปลูก และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ
แม้พายุไม่เข้าไทยโดยตรงแต่ได้รับผลกระทบไม่น้อย
ประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากพายุที่พัดเข้าโดยตรงเพียงแต่ได้รับ ผลกระทบทางอ้อมจากพายุเป็นกลายเป็นดีเปรสชันหรือความกดอากาศต่ำเข้าม ยังทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ถึง17 จังหวัดประชาชนเดือดร้อนมากกว่า 1 แสนครอบครัว มีผู้เสียชีวิต 19 ราย ในปีนี้
- มหาสมุทรอุ่นเร็วขึ้น คุกคามทะเลนิวซีแลนด์ โลกร้อนเปลี่ยนอนาคตของประเทศ
- นกทั่วโลกหายไปกว่าครึ่ง เมืองขยาย ป่าหาย โลกป่วย สัญญาณเตือนวิกฤตสัตว์สูญพันธุ์
- น้ำท่วมขยายวงกว้าง “อยุธยา” จมเพิ่ม 1 อำเภอ บางจุดท่วมนาน 3-4 เดือน
- นายกฯ นำคณะลงพื้นที่น้ำท่วมพิจิตร ย้ำไม่ละเลย จ่ายเยียวครัวเรือนละ 9 พันบาท
- หมู่เกาะแปซิฟิกกำลังจมน้ำ ชาวเกาะขอ “วีซ่ามนุษยธรรม” อพยพเข้าประเทศอื่น หนีภัยโลกร้อน
ที่มาข้อมูล : Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : Reuters

