ทะเลอุ่นเติมพลังพายุ เอเชียเสี่ยงหนักสุด ชีวิตนับล้านอยู่บนความเสี่ยง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทะเลอุ่นเติมพลังพายุ  เอเชียเสี่ยงหนักสุด ชีวิตนับล้านอยู่บนความเสี่ยง

รายงานล่าสุดจาก CarbonCopy ระบุว่าสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เพิ่มความรุนแรงของพายุไซโคลนในเอเชียใต้ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ประกอบด้วยอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งทำให้เหตุการณ์ฝนหนักและพายุรุนแรงทวีความรุนแรง มากกว่าที่เคยเป็นมา

 

การเพิ่มขึ้นของปริมาณฝนในช่วงพายุไซโคลนอย่าง ไซโคลนเซนยาร์ (Senyar) และ ไซโคลนดิดวาห์ (Ditwah) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยการศึกษาพบว่าปริมาณฝนในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นราว 9–50% สำหรับไซโคลนเซนยาร์ และ 28–160% สำหรับไซโคลนดิดวาห์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุณหภูมิพื้นผิวทะเลที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน

สรุปข่าว

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ “พายุไซโคลน” ใน “เอเชียใต้” ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านความแรงและปริมาณฝน รายงานชี้ว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มพลังให้พายุ ทำให้เกิดน้ำท่วมและความเสียหายรุนแรงในหลายประเทศ นักวิจัยเตือนว่าไซโคลนรุนแรงจะเกิดถี่ขึ้น หากโลกไม่เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปรับตัวรับมือภัยพิบัติอย่างจริงจัง

รายงานล่าสุดจาก CarbonCopy ระบุว่าสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เพิ่มความรุนแรงของพายุไซโคลนในเอเชียใต้ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ประกอบด้วยอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งทำให้เหตุการณ์ฝนหนักและพายุรุนแรงทวีความรุนแรง มากกว่าที่เคยเป็นมา

 

การเพิ่มขึ้นของปริมาณฝนในช่วงพายุไซโคลนอย่าง ไซโคลนเซนยาร์ (Senyar) และ ไซโคลนดิดวาห์ (Ditwah) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยการศึกษาพบว่าปริมาณฝนในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นราว 9–50% สำหรับไซโคลนเซนยาร์ และ 28–160% สำหรับไซโคลนดิดวาห์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุณหภูมิพื้นผิวทะเลที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน

นักวิจัยอธิบายว่ามีพลังงานและความชื้นมากขึ้นในชั้นบรรยากาศและมหาสมุทร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พายุไซโคลนสามารถสะสมพลังได้มากขึ้น ฝนตกหนักยาวนานขึ้น และนำไปสู่การเกิดน้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมและเมื่อพายุเคลื่อนตัวเข้าชนชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่น 

เหตุการณ์เหล่านี้สอดคล้องกับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานต่างประเทศที่ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยที่เพิ่มพลังให้กับพายุและฝนหนัก ทำให้เกิดภัยพิบัติในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซ้ำซ้อน โดยอุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายสิบปีที่ผ่านมาเป็นตัวเร่งให้เกิดสถานการณ์รุนแรงเช่นนี้มากขึ้น

รายงานเตือนว่า ไซโคลนและฝนหนักที่ทวีความรุนแรงขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลเท่านั้น แต่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งสร้างผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนนับล้านในภูมิภาคนี้ การรับมือกับภัยพิบัติในระดับนี้จึงต้องมีทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเตรียมรับภัยพิบัติที่ดีขึ้น และการวางแผนพัฒนาเชิงยั่งยืนเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : carboncopy.info

ที่มารูปภาพ : NOAA

sticky-bar-top