
รายงานล่าสุดจาก CarbonCopy ระบุว่าสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เพิ่มความรุนแรงของพายุไซโคลนในเอเชียใต้ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ประกอบด้วยอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งทำให้เหตุการณ์ฝนหนักและพายุรุนแรงทวีความรุนแรง มากกว่าที่เคยเป็นมา
การเพิ่มขึ้นของปริมาณฝนในช่วงพายุไซโคลนอย่าง ไซโคลนเซนยาร์ (Senyar) และ ไซโคลนดิดวาห์ (Ditwah) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยการศึกษาพบว่าปริมาณฝนในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นราว 9–50% สำหรับไซโคลนเซนยาร์ และ 28–160% สำหรับไซโคลนดิดวาห์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุณหภูมิพื้นผิวทะเลที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน
สรุปข่าว
รายงานล่าสุดจาก CarbonCopy ระบุว่าสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เพิ่มความรุนแรงของพายุไซโคลนในเอเชียใต้ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ประกอบด้วยอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งทำให้เหตุการณ์ฝนหนักและพายุรุนแรงทวีความรุนแรง มากกว่าที่เคยเป็นมา
การเพิ่มขึ้นของปริมาณฝนในช่วงพายุไซโคลนอย่าง ไซโคลนเซนยาร์ (Senyar) และ ไซโคลนดิดวาห์ (Ditwah) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยการศึกษาพบว่าปริมาณฝนในช่วงเหตุการณ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นราว 9–50% สำหรับไซโคลนเซนยาร์ และ 28–160% สำหรับไซโคลนดิดวาห์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากอุณหภูมิพื้นผิวทะเลที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน
นักวิจัยอธิบายว่ามีพลังงานและความชื้นมากขึ้นในชั้นบรรยากาศและมหาสมุทร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พายุไซโคลนสามารถสะสมพลังได้มากขึ้น ฝนตกหนักยาวนานขึ้น และนำไปสู่การเกิดน้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมและเมื่อพายุเคลื่อนตัวเข้าชนชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่น
เหตุการณ์เหล่านี้สอดคล้องกับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จากหน่วยงานต่างประเทศที่ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยที่เพิ่มพลังให้กับพายุและฝนหนัก ทำให้เกิดภัยพิบัติในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซ้ำซ้อน โดยอุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายสิบปีที่ผ่านมาเป็นตัวเร่งให้เกิดสถานการณ์รุนแรงเช่นนี้มากขึ้น
รายงานเตือนว่า ไซโคลนและฝนหนักที่ทวีความรุนแรงขึ้นไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลเท่านั้น แต่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งสร้างผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนนับล้านในภูมิภาคนี้ การรับมือกับภัยพิบัติในระดับนี้จึงต้องมีทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเตรียมรับภัยพิบัติที่ดีขึ้น และการวางแผนพัฒนาเชิงยั่งยืนเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว
- “ดิน” ทรัพยากรที่ถูกมองข้าม เครื่องมือสำคัญช่วยต่อสู้โลกร้อน
- โลกร้อนสะเทือน “บอลโลก” อันตรายต่อนักกีฬา-ผู้ชม ฟีฟ่า ไฟเขียวพักดื่มน้ำระหว่างการแข่ง
- เทือกเขาแอลป์ละลายหนัก ธารน้ำแข็งออสเตรียหดตัว คาดอาจสูญสิ้นใน 50 ปี
- “โลกร้อน” ทำศัตรูพืชโตเร็ว เขย่าความมั่นคงอาหารโลก
- โลกร้อนเร่งหายนะ พายุ–น้ำท่วมถล่มเอเชีย คร่า 1,600 ชีวิตในไม่กี่สัปดาห์
ที่มาข้อมูล : carboncopy.info
ที่มารูปภาพ : NOAA

