
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับภัยพิบัติรุนแรงจากสภาพอากาศที่ทวีความถี่และความรุนแรงมากขึ้น หนึ่งในตัวอย่างที่สะเทือนใจคือฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมที่ผ่านมาในศรีลังกา ไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 2,000 ราย เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงเป็นโศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรม แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางเชิงโครงสร้างของภูมิภาคต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ศาสตราจารย์โจเซฟ หลิว จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคชี้ว่า ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วไม่ควรถูกมองเป็นเพียงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป หากแต่ควรถูกยกระดับให้เป็น ความท้าทายด้านความมั่นคงของสังคม รัฐบาลในภูมิภาคจำเป็นต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน
สรุปข่าว
ประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญภัยพิบัติจากสภาพอากาศรุนแรงถี่ขึ้น คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือความท้าทายด้านความมั่นคง ขณะที่หลายประเทศยังล่าช้าในการลดคาร์บอน ขณะที่การเร่งใช้ AI ที่กินพลังงานสูงยิ่งซ้ำเติมปัญหา รัฐบาลจึงต้องเร่งพัฒนาพลังงานยั่งยืนและบริหารการใช้พลังงานอย่างจริงจัง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับภัยพิบัติรุนแรงจากสภาพอากาศที่ทวีความถี่และความรุนแรงมากขึ้น หนึ่งในตัวอย่างที่สะเทือนใจคือฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมที่ผ่านมาในศรีลังกา ไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 2,000 ราย เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงเป็นโศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรม แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางเชิงโครงสร้างของภูมิภาคต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ศาสตราจารย์โจเซฟ หลิว จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคชี้ว่า ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วไม่ควรถูกมองเป็นเพียงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป หากแต่ควรถูกยกระดับให้เป็น ความท้าทายด้านความมั่นคงของสังคม รัฐบาลในภูมิภาคจำเป็นต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน
เขาชี้ให้เห็นว่า แทบทุกประเทศในภูมิภาคนี้กำลัง ล่าช้าในการปฏิบัติตามพันธสัญญาการลดการปล่อยคาร์บอน และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ ปัจจัยหนึ่งที่ซ้ำเติมปัญหานี้คือ การเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในภาคเศรษฐกิจและการบริหารจัดการของรัฐ ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนด้านพลังงานที่สูงมาก
ศาสตราจารย์หลิวเตือนว่า การขยายตัวของ AI จำเป็นต้องพึ่งพาศูนย์ข้อมูล (data centers) ขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล และมีแนวโน้มทำให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นในอัตราทวีคูณ หากไม่มีการวางแผนอย่างรอบคอบ การพัฒนาเทคโนโลยีอาจกลายเป็นตัวเร่งให้ปัญหาสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น แทนที่จะเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเน้นย้ำว่ารัฐบาลจำเป็นต้องลงทุนและพัฒนาแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการการใช้พลังงานโดยรวมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมสามารถเดินไปด้วยกันได้
ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือปัญหาด้านความมั่นคงของมนุษย์ ไม่ใช่เพียงประเด็นสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป ท่ามกลางการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอย่าง AI ที่กินพลังงานสูง รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งปรับนโยบายพลังงานและการลดคาร์บอนอย่างจริงจัง หากต้องการสร้างสังคมที่ปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืนสำหรับประชาชนในระยะยาว
- ดอกไม้ฤดูหนาวบานก่อนเวลา สัญญาณโลกร้อน ทำปฏิทินธรรมชาติพัง
- แผนขุดน้ำมันของ “ทรัมป์” ในเวเนซุเอลา จะปล่อยคาร์บอนมหาศาล เสี่ยงซ้ำเติมสภาพภูมิอากาศโลก!
- โลกร้อน ภัยพิบัติแรง ดร.ธรณ์ เตือน “เอลนีโญ” อาจดันอุณหภูมิโลกทะลุ 1.5 องศาฯ
- ดอกไม้บานในฤดูหนาว โลกร้อนทำวงจรชีวิตพืชรวน สัญญาณเตือนความผิดปกติจากธรรมชาติ
- “ผึ้งไร้เหล็กใน” แห่งแอมะซอน ได้รับสิทธิคุ้มครองทางกฏหมาย เป็นครั้งแรกของโลก!

