ลมหนาวขั้วโลกถล่มสหรัฐฯต่อ “นิวยอร์ก” เสี่ยงหนาวยาว ติดอันดับประวัติศาสตร์

Share on Line Share on Facebook Share on X
ลมหนาวขั้วโลกถล่มสหรัฐฯต่อ “นิวยอร์ก” เสี่ยงหนาวยาว ติดอันดับประวัติศาสตร์

พายุฤดูหนาวขนาดใหญ่ที่พัดถล่มพื้นที่บางส่วนของมิดเวสต์และพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ยังคงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายในเร็ววัน โดยหลังจากหิมะและน้ำแข็งตกหนักแล้ว มวลอากาศหนาวจัดจากขั้วโลกจะยังคงปกคลุมพื้นที่ พร้อมกับหิมะระลอกใหม่ในหลายพื้นที่

นักอุตุนิยมวิทยาของ AccuWeather ระบุว่า พายุหลักจะพัฒนาเป็นพายุนอร์อีสเตอร์ ก่อนจะอ่อนกำลังลงในเขตนิวอิงแลนด์ภายในวันจันทร์นี้ โดยตลอดเส้นทางพายุได้ก่อให้เกิดหิมะตกเป็นบริเวณกว้างในระดับ 6–12 นิ้ว และในหลายพื้นที่มีหิมะสะสม 12–24 นิ้ว บางจุดอาจสูงถึงราว 30 นิ้ว

ประชาชนหลาย 10 ล้านคนในภูมิภาคดังกล่าวต้องเร่งเคลียร์หิมะออกจากบ้านเรือน ถนน ทางหลวง และลานจอดรถ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาต่อเนื่องไปจนถึงวันอังคาร ขณะเดียวกัน สภาพอากาศหนาวจัดจะยังคงยาวนาน โดยอุณหภูมิในช่วง 5–7 วันข้างหน้าจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลราว 8–17 องศาเซลเซียส

สรุปข่าว

สหรัฐฯ เผชิญอากาศหนาวจัดจากขั้วโลกหลังพายุฤดูหนาวลูกใหญ่พัดถล่มพื้นที่มิดเวสต์และพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ อุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสูงสุดราว 17 องศาเซลเซียส ขณะที่นครนิวยอร์กอาจมีช่วงอากาศที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาฯ ต่อเนื่องยาวนานติดอันดับประวัติศาสตร์ พร้อมความเสี่ยงจากหิมะระลอกใหม่ในหลายพื้นที่

พายุฤดูหนาวขนาดใหญ่ที่พัดถล่มพื้นที่บางส่วนของมิดเวสต์และพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ยังคงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายในเร็ววัน โดยหลังจากหิมะและน้ำแข็งตกหนักแล้ว มวลอากาศหนาวจัดจากขั้วโลกจะยังคงปกคลุมพื้นที่ พร้อมกับหิมะระลอกใหม่ในหลายพื้นที่

นักอุตุนิยมวิทยาของ AccuWeather ระบุว่า พายุหลักจะพัฒนาเป็นพายุนอร์อีสเตอร์ ก่อนจะอ่อนกำลังลงในเขตนิวอิงแลนด์ภายในวันจันทร์นี้ โดยตลอดเส้นทางพายุได้ก่อให้เกิดหิมะตกเป็นบริเวณกว้างในระดับ 6–12 นิ้ว และในหลายพื้นที่มีหิมะสะสม 12–24 นิ้ว บางจุดอาจสูงถึงราว 30 นิ้ว

ประชาชนหลาย 10 ล้านคนในภูมิภาคดังกล่าวต้องเร่งเคลียร์หิมะออกจากบ้านเรือน ถนน ทางหลวง และลานจอดรถ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาต่อเนื่องไปจนถึงวันอังคาร ขณะเดียวกัน สภาพอากาศหนาวจัดจะยังคงยาวนาน โดยอุณหภูมิในช่วง 5–7 วันข้างหน้าจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลราว 8–17 องศาเซลเซียส

ในนครนิวยอร์ก คาดว่าอุณหภูมิจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง (0 องศาเซลเซียส) ไปจนถึงอย่างน้อยต้นสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจทำให้ช่วงอากาศหนาวต่อเนื่องครั้งนี้ติดอันดับ 10 ช่วงที่หนาวยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมือง โดยสถิติยาวนานที่สุดคือ 16 วัน เมื่อปีค.ศ. 1961

นอกจากนี้ ยังจะมีหิมะตกตกค้างจนถึงช่วงเย็นวันจันทร์ในพื้นที่เทือกเขาแอปปาเลเชียนตอนกลางและตอนใต้ รวมถึงบริเวณตอนกลางและตะวันออกของเขตเกรตเลกส์ หลังจากนั้น รูปแบบพายุ “คลิปเปอร์” จะกลับมาอีกครั้งตลอดช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดหิมะโปรย หิมะจากอิทธิพลทะเลสาบ และหิมะตกเบา ๆ เป็นระยะ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การปกคลุมของหิมะและน้ำแข็งจากพายุหลัก ประกอบกับหิมะระลอกใหม่ อากาศหนาวจัด และลมแรง จะทำให้เกิดปัญหาการเดินทาง การเลื่อนหรือยกเลิกการเรียนการสอน รวมถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนบางกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : Accuweather

ที่มารูปภาพ : REUTERS

sticky-bar-top