
ที่จังหวัดบาสรา ทางตอนใต้ของอิรัก กำลังเผชิญกับความท้าทายความมั่นคงด้านอาหาร และการเกษตร เมื่อ “อินทผลัม” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของ “อิรัก” กำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ทั้งปัญหาดินเค็มจากน้ำทะเลรุกล้ำแผ่นดิน และอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ต้นอินทผลัมลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ด้วยปัญหานี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์และผู้ประกอบการในจังหวัดบาสราต้องพึ่งเทคโนโลยี ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นอ่อนอินทผลัมในห้องแล็ป เพื่อขยายพันธุ์ต้นอินทผลัมที่แข็งแรง ปลอดโรค และอนุรักษ์สายพันธุ์ท้องถิ่นที่ใกล้สูญพันธุ์
โดยปกติแล้วการขยายพันธุ์ต้นอ่อนอินทผลัม 1 ต้น สามารถแตกหน่อได้ 3-4 หน่อเท่านั้น แต่เมื่อใช้เทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเข้ามาช่วย ทำให้เพิ่มการขยายพันธุ์ต้นอินทผลัมได้หลายพันต้นจากต้นอ่อนเพียงต้นเดียว การขยายพันธุ์อินทผลัมด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2023 จนปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์ต้นกล้าได้มากถึง 250,000 ต้นต่อปี และมีอัตราการรอดถึง 99%
สรุปข่าว
ที่จังหวัดบาสรา ทางตอนใต้ของอิรัก กำลังเผชิญกับความท้าทายความมั่นคงด้านอาหาร และการเกษตร เมื่อ “อินทผลัม” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของ “อิรัก” กำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ทั้งปัญหาดินเค็มจากน้ำทะเลรุกล้ำแผ่นดิน และอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ต้นอินทผลัมลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ด้วยปัญหานี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์และผู้ประกอบการในจังหวัดบาสราต้องพึ่งเทคโนโลยี ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นอ่อนอินทผลัมในห้องแล็ป เพื่อขยายพันธุ์ต้นอินทผลัมที่แข็งแรง ปลอดโรค และอนุรักษ์สายพันธุ์ท้องถิ่นที่ใกล้สูญพันธุ์
โดยปกติแล้วการขยายพันธุ์ต้นอ่อนอินทผลัม 1 ต้น สามารถแตกหน่อได้ 3-4 หน่อเท่านั้น แต่เมื่อใช้เทคโนโลยีด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเข้ามาช่วย ทำให้เพิ่มการขยายพันธุ์ต้นอินทผลัมได้หลายพันต้นจากต้นอ่อนเพียงต้นเดียว การขยายพันธุ์อินทผลัมด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2023 จนปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์ต้นกล้าได้มากถึง 250,000 ต้นต่อปี และมีอัตราการรอดถึง 99%
ก่อนหน้านี้จังหวัดบาสราเคยมีต้นอินทผลัมมากถึง 13 ล้านต้น จากทั้งหมด 32 ล้านต้นทั่วประเทศ แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา อิรักเผชิญกับวิกฤตน้ำเค็มจากน้ำทะเลในอ่าวเปอร์เซียรุกล้ำเข้ามาในลำน้ำ ส่งผลให้ดินเค็มอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ประกอบกับภาวะโลกร้อนที่ทำให้ปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้จำนวนต้นอินทผลัมในอิรักลดลงอย่างรวดเร็ว
การขยายพันธุ์ต้นอินทผลัมด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาและฝึกฝนต้นต้นอ่อนเหล่านี้ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ต้นกล้าจะถูกปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ 25 องศาเซลเซียส ไปจนถึง 52 องซาเซลเซียส เพื่อเลียนแบบสภาพอากาศจริงในช่วงฤดูร้อนของเมือง นอกจากนี้ยังเพิ่มความเค็มของน้ำที่ใช้เพาะปลูก เพื่อให้ต้นอ่อนรับมือกับสภาพความเค็มในดินและน้ำได้
เกษตรกรหลายราย เปิดเผยว่า ต้นอ่อนอินทผลัมที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในแล็ปมีความทนทานต่อสภาพอากาศและภาวะดินเค็มมากกว่าปกติ จากการทดลองปลูกต้นอินทผลัมจากแล็ป 100 ต้น ควบคู่กับต้นอินทผลัมแบบปกติพบว่าต้นอินทผลัมจากห้องแล็ปรอดชีวิตและเติบโตทั้ง 100 ต้น ขณะที่ต้นอินทผลัมปกติรอดชีวิตและเติมโตขึ้นเพียง 25 ต้นเท่านั้น
ปัจจุบันจังหวัดบาสราปลูกต้นอินทผลัมจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกว่า 15% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด โดยในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีต้นอินทผลัมเพิ่มขึ้นถึง 600,000 ต้น และมากกว่า 100,000 ต้นมาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องแล็ป
- ธารน้ำแข็งอเมริกาใต้หนาขึ้นสวนทาง “โลกร้อน” นักวิทย์ฯ กังวลการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
- โลกเข้าใกล้ “ร้อนสุดขั้ว” กระทบ 3.8 พันล้านคน หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาฯ
- “มอสโก” ขาวโพลน! หิมะถล่มทำลายสถิติ
- คิงชาร์ลส์ที่ 3 ย้ำจุดยืนรักษ์โลก ทำสารคดีสิ่งแวดล้อมครั้งแรก ต่อสู้วิกฤตโลกเดือด!
- “โลกร้อน” ผนึก “ลานีญา” ถล่มแอฟริกาตอนใต้ คร่าชีวิตกว่า 200 คน

