“ป่าแอมะซอน” ฟื้นตัว! ตัดไม้ทำลายป่าลดฮวบ 35% ลุ้นปี 69 ต่ำสุดในรอบเกือบ 40 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ป่าแอมะซอน” ฟื้นตัว! ตัดไม้ทำลายป่าลดฮวบ 35% ลุ้นปี 69 ต่ำสุดในรอบเกือบ 40 ปี

อัตราการตัดไม้ทำลายป่าในป่าแอมะซอนของบราซิลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากรัฐบาลบราซิลระบุว่า ช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 การทำลายป่าลดลงร้อยละ 35.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนสัญญาณเชิงบวกต่อความพยายามอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการด้านการต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่า กระทรวงสิ่งแวดล้อมของบราซิล เปิดเผยว่า ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่า บราซิลมีแนวโน้มจะทำสถิติการตัดไม้ทำลายป่าต่ำที่สุดในปี 2569 นับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นทางการในปี 2531 เป็นต้นมา

สรุปข่าว

“ป่าแอมะซอน” ส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังบราซิลเผยตัวเลขล่าสุดพบว่าอัตราการตัดไม้ทำลายป่าลดลงกว่า 35% ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา จุดความหวังว่าปี 2569 อาจเป็นปีที่การทำลายป่าต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

อัตราการตัดไม้ทำลายป่าในป่าแอมะซอนของบราซิลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากรัฐบาลบราซิลระบุว่า ช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 การทำลายป่าลดลงร้อยละ 35.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนสัญญาณเชิงบวกต่อความพยายามอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการด้านการต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่า กระทรวงสิ่งแวดล้อมของบราซิล เปิดเผยว่า ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่า บราซิลมีแนวโน้มจะทำสถิติการตัดไม้ทำลายป่าต่ำที่สุดในปี 2569 นับตั้งแต่เริ่มมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นทางการในปี 2531 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ การประเมินอัตราการทำลายป่ารายปีของบราซิลจะนับช่วงเดือนสิงหาคมของปีหนึ่งไปจนถึงเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป ซึ่งแตกต่างจากการนับตามปีปฏิทินทั่วไป

ข้อมูลที่เปิดเผยล่าสุดเป็นผลจากการติดตามรายเดือนผ่านระบบดาวเทียม “ดีเทอร์” (Deter) ซึ่งมีความละเอียดน้อยกว่าระบบ “โปรเดส” (Prodes) ที่ใช้ในการคำนวณตัวเลขการตัดไม้ทำลายป่ารายปีอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ชีวนิเวศ “เซร์ราโด” (Cerrado) ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาเขตร้อนขนาดใหญ่ของบราซิล การทำลายป่าก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน แม้จะลดลงในอัตราที่ชะลอกว่า โดยช่วงเดือนสิงหาคมถึงมกราคมที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวมีการตัดไม้ทำลายป่าลดลงร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

แนวโน้มที่ดีขึ้นนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากประชาคมโลก เนื่องจากป่าแอมะซอนถือเป็นหนึ่งในแหล่งดูดซับคาร์บอนที่สำคัญของโลก และมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการควบคุมสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : REUTERS/Bruno Kelly

sticky-bar-top