1.1 พันล้านคนเสี่ยง “อดอยาก” ภายในศตวรรษนี้ หากเรายังเมินโลกร้อน

Share on Line Share on Facebook Share on X
1.1 พันล้านคนเสี่ยง “อดอยาก”  ภายในศตวรรษนี้   หากเรายังเมินโลกร้อน

รายงานล่าสุดจากวารสาร Natrue เปิดเผยผลการศึกษาที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำลองอนาคตความมั่นคงทางอาหารโลก พบว่า ภายในปี 2100 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ประชากรมากกว่า 1.1 พันล้านคนต้องเผชิญวิกฤตความอดอยากอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต โดยเฉพาะเด็กและประชากรในภูมิภาคเปราะบางอย่างแอฟริกาและเอเชีย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่าอนาคตยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากโลกเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนานโยบายที่ยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวใช้แบบจำลอง AI วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ เช่น อุณหภูมิและปริมาณฝน เพื่อนำไปเชื่อมโยงกับข้อมูลความไม่มั่นคงทางอาหารในอดีต ผลลัพธ์ชี้ชัดว่า “ภูมิอากาศ” เป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความเสี่ยงด้านอาหาร ไม่เพียงส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรโดยตรงจากภัยแล้งหรือฝนแปรปรวน แต่ยังเชื่อมโยงกับความขัดแย้ง การอพยพ และโรคระบาด ซึ่งล้วนทำให้การเข้าถึงอาหารยากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สรุปข่าว

งานวิจัยเผยว่า ภายในปี 2100 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้กว่า 1.1 พันล้านคนเสี่ยงเผชิญวิกฤตอาหาร โดยเฉพาะเด็กในแอฟริกาและเอเชีย โดยภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่กระทบผลผลิตเกษตร ความขัดแย้ง และการเข้าถึงอาหาร ทำให้จำนวนผู้หิวโหยเพิ่มต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากโลกเร่งลดคาร์บอนและพัฒนาที่ยั่งยืน อาจช่วยลดผู้ได้รับผลกระทบได้หลายร้อยล้านคน

รายงานล่าสุดจากวารสาร Natrue เปิดเผยผลการศึกษาที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำลองอนาคตความมั่นคงทางอาหารโลก พบว่า ภายในปี 2100 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ประชากรมากกว่า 1.1 พันล้านคนต้องเผชิญวิกฤตความอดอยากอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต โดยเฉพาะเด็กและประชากรในภูมิภาคเปราะบางอย่างแอฟริกาและเอเชีย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่าอนาคตยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากโลกเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนานโยบายที่ยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวใช้แบบจำลอง AI วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ เช่น อุณหภูมิและปริมาณฝน เพื่อนำไปเชื่อมโยงกับข้อมูลความไม่มั่นคงทางอาหารในอดีต ผลลัพธ์ชี้ชัดว่า “ภูมิอากาศ” เป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความเสี่ยงด้านอาหาร ไม่เพียงส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรโดยตรงจากภัยแล้งหรือฝนแปรปรวน แต่ยังเชื่อมโยงกับความขัดแย้ง การอพยพ และโรคระบาด ซึ่งล้วนทำให้การเข้าถึงอาหารยากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลย้อนหลังสะท้อนภาพสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้น จำนวนผู้เผชิญความอดอยากทั่วโลกเพิ่มจากประมาณ 50 ล้านคนในปี 2011 เป็นเกือบ 150 ล้านคนในปี 2020 แนวโน้มนี้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากโลกยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง นักวิจัยคาดว่าเด็กกว่า 600 ล้านคนจะเผชิญวิกฤตอาหารก่อนอายุ 5 ปี และทารกมากกว่า 200 ล้านคนอาจต้องเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารตั้งแต่ปีแรกของชีวิต

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังนำเสนอ “ข่าวดี” ที่สำคัญ นั่นคือ หากนานาชาติหันสู่เส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง จำนวนผู้ที่ต้องเผชิญวิกฤตอาหารสามารถลดลงได้มากกว่าครึ่ง แบบจำลองคาดว่าในสถานการณ์ที่โลกเลือกนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่เข้มแข็ง จำนวนผู้เผชิญวิกฤตอาหารต่อปีอาจลดลงเหลือประมาณ 42 ล้านคนในช่วงปลายศตวรรษ และมนุษย์ราว 780 ล้านคนอาจรอดพ้นจากวิกฤตอาหารได้

นักวิจัยเน้นย้ำว่าการแก้ปัญหาไม่ได้หมายถึงการผลิตอาหารเพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบอาหารที่ทนต่อสภาพอากาศสุดขั้ว กระจายโอกาสการเข้าถึงอาหารอย่างเท่าเทียม และเสริมสร้างความร่วมมือระดับโลก

แม้ตัวเลขคาดการณ์จะน่ากังวล แต่งานวิจัยชิ้นนี้สะท้อนความจริงสำคัญว่า “อนาคตยังไม่ถูกกำหนดตายตัว” การตัดสินใจด้านนโยบายในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าคนรุ่นต่อไปจะเผชิญโลกแห่งความอดอยาก หรือโลกที่มีความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : theconversation.com

ที่มารูปภาพ : Reuters

sticky-bar-top