อากาศร้อนปาดเหงื่อ! เปิดพื้นที่อุณหภูมิสูงสุดในไทยแตะ 36.9 องศาฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
อากาศร้อนปาดเหงื่อ! เปิดพื้นที่อุณหภูมิสูงสุดในไทยแตะ 36.9 องศาฯ

อุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทย เมื่อวานนี้ (12 มี.ค. 69) วัดได้ 36.9 องศาเซลเซียส ที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิสูงสุดบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวานนี้(12 มี.ค. 69) วัดได้ 35.0 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


สรุปข่าว

กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดพื้นที่อุณหภูมิสุดสุด (12 มี.ค. 69) วัดได้ 36.9 องศาเซลเซียส ที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา

อุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทย เมื่อวานนี้ (12 มี.ค. 69) วัดได้ 36.9 องศาเซลเซียส ที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิสูงสุดบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวานนี้(12 มี.ค. 69) วัดได้ 35.0 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


คาดหมายอากาศทั่วไป 12 – 18 มีนาคม พ.ศ. 2569

ในช่วงวันที่ 12 - 18 มี.ค. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้                                

สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 12 - 14 มี.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 15 - 18 มี.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนลดลง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง

 ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

ที่มาข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

ที่มารูปภาพ : AFP