
ข้อมูลจากการติดตามโดย National Snow and Ice Data Center (NSIDC) ระบุว่า ปริมาณน้ำแข็งทะเลในฤดูหนาวปีนี้ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีขนาดเพียง 14.29 ล้านตารางกิโลเมตรใกล้เคียงกับสถิติต่ำสุดของปีก่อนที่ 14.31 ล้านตารางกิโลเมตร นับเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 48 ปี
โดยปกติแล้วน้ำแข็งในทะเลอาร์กติกจะก่อตัวขึ้นในช่วงฤดูหนาว และละลายลงบางส่วนในฤดูร้อน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การก่อตัวของน้ำแข็งในฤดูหนาวกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุสำคัญมาจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออาร์กติกมากกว่าพื้นที่อื่นของโลก
สรุปข่าว
ข้อมูลจากการติดตามโดย National Snow and Ice Data Center (NSIDC) ระบุว่า ปริมาณน้ำแข็งทะเลในฤดูหนาวปีนี้ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีขนาดเพียง 14.29 ล้านตารางกิโลเมตรใกล้เคียงกับสถิติต่ำสุดของปีก่อนที่ 14.31 ล้านตารางกิโลเมตร นับเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 48 ปี
โดยปกติแล้วน้ำแข็งในทะเลอาร์กติกจะก่อตัวขึ้นในช่วงฤดูหนาว และละลายลงบางส่วนในฤดูร้อน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การก่อตัวของน้ำแข็งในฤดูหนาวกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุสำคัญมาจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออาร์กติกมากกว่าพื้นที่อื่นของโลก
การที่น้ำแข็งก่อตัวได้น้อยในช่วงฤดูหนาว อาจทำให้ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นเร็วกว่าปกติ เนื่องจากน้ำแข็งที่บางและละลายเร็วส่งผลให้การละลายมีแนวโน้มรุนแรงและยาวนานมากขึ้นกว่าเดิมในช่วงฤดูร้อน แม้ว่าการละลายของน้ำแข็งทะเลจะไม่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นโดยตรงเหมือนน้ำแข็งบนแผ่นดิน แต่ผลกระทบที่ตามมามีความซับซ้อนมากกว่าที่จะคาดเดาได้ อาจบ่งชี้ถึงระบบนิเวศในอาร์กติกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในขั้วโลก อย่างเช่น หมีขั้วโลกต้องขาดแหล่งที่อยู่อาศัยและดำรงชีวิต ขณะที่สัตว์อื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ตามวัฏจักรและวงจรอาหาร พื้นที่ทะเลบางแห่งที่ไม่เคยเปิดรับอากาศมาก่อน เช่น บริเวณทะเลโบฟอร์ตหรือแถบไซบีเรีย ซึ่งอาจทำให้น้ำทะเลดูดซับความร้อนและอุ่นขึ้นในช่วงฤดูร้อน และยิ่งเร่งวงจรการละลายให้รุนแรงขึ้นไปอีก
นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งในทะเลยังส่งผลต่อสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก เมื่อน้ำแข็งหายไปทำให้สะดวกต่อการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลมีโอกาสถูกเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันภูมิภาคอาร์กติกกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่หลายประเทศจับตามองและแข่งขันเพื่อการเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่ใหม่
ดังนั้นสถานการณ์น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงระบบนิเวศโลก เศรษฐกิจ และความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้ง และอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่า โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่จุดเปลี่ยนของวิกฤตภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- โลกร้อนรุนแรง! คนจนเสี่ยงตายพุ่ง 10 เท่า ภายในปี 2050
- โลกร้อนกระทบ “ปากีสถาน” คาดฤดูหนาวจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
- โลกร้อนดันราคาอาหารแพง แต่คุณภาพและปริมาณลดลง เขย่าความมั่นคงปากท้องทั่วโลก
- คลื่นความร้อนถล่มสหรัฐฯ ดันอุณหภูมิสูงผิดปกติ สัญญาณเตือนโลกเดือดที่มองข้ามไม่ได้
- ทะเลเดือดลึก 1,000 เมตร! จุลินทรีย์ปรับตัวสู้วิกฤตโลก
