“ซากุระ” บานเร็วผิดปกติ! นักวิทยาศาสตร์เตือน ธรรมชาติส่งสัญญาณอันตราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ซากุระ” บานเร็วผิดปกติ!  นักวิทยาศาสตร์เตือน  ธรรมชาติส่งสัญญาณอันตราย

ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในสหรัฐฯ กลุ่มผู้ปฏิเสธภาวะโลกร้อนได้รวมตัวกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ภายใต้หัวข้อ “Climate Realism Rising” เพื่อเฉลิมฉลองแนวคิดที่พวกเขามองว่าเป็น “ความจริง” เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ 

 

ในปีนี้ ดอกซากุระในกรุงวอชิงตันบานเต็มที่เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งถือเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันที่ดอกไม้บานเร็วกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยหากย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1940 จะพบว่าช่วงเวลาที่ซากุระบานเต็มที่เร็วขึ้นกว่าเดิมประมาณ 8 วัน จากเดิมที่เคยอยู่ราววันที่ 6 เม.ย. ปัจจุบันขยับมาเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคม

 

ไม่เพียงแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น ที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ยาสุยูกิ อาโอโนะ ได้รวบรวมข้อมูลการบานของซากุระภูเขาย้อนหลังยาวนานถึง 1,200 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 812 พบว่า แม้ในอดีตจะมีความผันผวนตามสภาพภูมิอากาศอยู่บ้าง แต่ไม่มีช่วงเวลาใดที่การบานจะเร็วขึ้นอย่างรุนแรงเท่าศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา โดยค่าเฉลี่ยการบานเต็มที่ในรอบ 30 ปี ขยับจากวันที่ 16 เมษายนในปี 1900 มาเป็นวันที่ 4 เมษายนในปีนี้ และในปี 2023 ยังทำสถิติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ คือวันที่ 25 มีนาคม


สรุปข่าว

“ซากุระ” ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นบานเร็วขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ข้อมูลย้อนหลังกว่า 1,200 ปีชี้ว่า ปรากฏการณ์นี้รุนแรงที่สุดในยุคปัจจุบัน จากผลกระทบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์เตือน นี่ไม่ใช่แค่ดอกไม้บานเร็ว แต่คือสัญญาณเตือนของระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารในอนาคต

ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในสหรัฐฯ กลุ่มผู้ปฏิเสธภาวะโลกร้อนได้รวมตัวกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ภายใต้หัวข้อ “Climate Realism Rising” เพื่อเฉลิมฉลองแนวคิดที่พวกเขามองว่าเป็น “ความจริง” เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ 

 

ในปีนี้ ดอกซากุระในกรุงวอชิงตันบานเต็มที่เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งถือเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันที่ดอกไม้บานเร็วกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยหากย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1940 จะพบว่าช่วงเวลาที่ซากุระบานเต็มที่เร็วขึ้นกว่าเดิมประมาณ 8 วัน จากเดิมที่เคยอยู่ราววันที่ 6 เม.ย. ปัจจุบันขยับมาเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคม

 

ไม่เพียงแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น ที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ ยาสุยูกิ อาโอโนะ ได้รวบรวมข้อมูลการบานของซากุระภูเขาย้อนหลังยาวนานถึง 1,200 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 812 พบว่า แม้ในอดีตจะมีความผันผวนตามสภาพภูมิอากาศอยู่บ้าง แต่ไม่มีช่วงเวลาใดที่การบานจะเร็วขึ้นอย่างรุนแรงเท่าศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา โดยค่าเฉลี่ยการบานเต็มที่ในรอบ 30 ปี ขยับจากวันที่ 16 เมษายนในปี 1900 มาเป็นวันที่ 4 เมษายนในปีนี้ และในปี 2023 ยังทำสถิติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ คือวันที่ 25 มีนาคม


นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นประมาณ 1.4 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม ส่งผลให้อุณหภูมิในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิสูงขึ้น และกระตุ้นให้ต้นไม้แตกดอกเร็วกว่าเดิม

 

แม้ปรากฏการณ์ “เกาะความร้อนในเมือง” หรือ Urban Heat Island จะมีส่วนทำให้อุณหภูมิในเมืองสูงขึ้น โดยงานวิจัยปี 2022 ระบุว่าเป็นสาเหตุประมาณครึ่งหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในเกียวโต แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์ซากุระบานเร็วผิดปกติเกิดขึ้นบ่อยขึ้นถึง 15 เท่า


นักเขียนบทความชี้ว่า การที่ดอกซากุระบานเร็วขึ้นอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมันคือสัญญาณเตือนของระบบนิเวศที่กำลังเสียสมดุล เพราะหากฤดูกาลเพาะปลูกของพืชเปลี่ยนไป ก็ย่อมส่งผลต่อพืชอาหารอย่างข้าวโพด ข้าวสาลี และระบบเกษตรทั้งหมด

 

ซากุระจึงไม่ใช่เพียงดอกไม้สวยงามสำหรับการท่องเที่ยว แต่เป็น “สัญญาณเตือน” ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับภัยแล้ง ไฟป่า พายุรุนแรง และต้นทุนประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่มนุษย์ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

แม้บางคนยังปฏิเสธความจริงเรื่องสภาพภูมิอากาศ แต่ธรรมชาติกำลังส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นทุกปี และบางครั้ง ดอกไม้ที่บานเร็วกว่าปกติ ก็อาจเป็นคำเตือนที่ชัดเจนที่สุดจากโลกใบนี้

ที่มาข้อมูล : japantimes.co.jp

ที่มารูปภาพ : Reuters