กลิ่นแก่ มีอยู่จริง "หมอเจด" เผยสาเหตุ แนะวิธีแก้

กลิ่นแก่ มีอยู่จริง "หมอเจด" เผยสาเหตุ แนะวิธีแก้

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผนข้อมูลเรื่อง กลิ่นแก่ ผ่านเฟจเฟซบุ๊ก หมอเจด โดยระบุว่า "กลิ่นแก่" พูดเบาๆก็เจ็บ แก้ยังไงมาดู

อยากจะบอกว่ามันมีกลิ่นนี้จริงๆนะทุกคน ซึ่งหลายหลายคนก็บอกว่ามักจะเจอในคนที่สูงอายุ คราวนี้แบบเนี่ยถ้าลองนั่งดมตัวเองหรือคนข้างข้างดู

จะเป็นกลิ่นลักษณะคล้ายคล้ายๆกับเวลาเราไปดมพวกโลหะ หรือบางคนก็บอกว่าเหมือนพวกแว็กซ์ (wax) กลิ่นคาว คือกลิ่นมันเอกลักษณ์บอกไม่ถูก

สาเหตุที่เป็นก็เป็นเพราะว่า พอเราอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยเรื่อยแล้ว ต่อมไขมันกับต่อมเหงื่อเนี่ยมันจะทำงานกันได้ไม่เหมือนเดิม แล้วก็จะมีเอนไซม์อยู่ตัวนึงที่เป็นเอนไซม์คอยย่อยไขมันไขมันที่ชื่อว่า Lipidperoxidase ทำให้เกิดการย่อยสลายของไขมันและมีกลิ่นออกมา



สรุปข่าว

"กลิ่นแก่" พูดเบาๆ ก็เจ็บ ไม่ปกติหากเกิดกับคนอายุน้อย หมอเจดแนะวิธีแก้

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผนข้อมูลเรื่อง กลิ่นแก่ ผ่านเฟจเฟซบุ๊ก หมอเจด โดยระบุว่า "กลิ่นแก่" พูดเบาๆก็เจ็บ แก้ยังไงมาดู

อยากจะบอกว่ามันมีกลิ่นนี้จริงๆนะทุกคน ซึ่งหลายหลายคนก็บอกว่ามักจะเจอในคนที่สูงอายุ คราวนี้แบบเนี่ยถ้าลองนั่งดมตัวเองหรือคนข้างข้างดู

จะเป็นกลิ่นลักษณะคล้ายคล้ายๆกับเวลาเราไปดมพวกโลหะ หรือบางคนก็บอกว่าเหมือนพวกแว็กซ์ (wax) กลิ่นคาว คือกลิ่นมันเอกลักษณ์บอกไม่ถูก

สาเหตุที่เป็นก็เป็นเพราะว่า พอเราอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยเรื่อยแล้ว ต่อมไขมันกับต่อมเหงื่อเนี่ยมันจะทำงานกันได้ไม่เหมือนเดิม แล้วก็จะมีเอนไซม์อยู่ตัวนึงที่เป็นเอนไซม์คอยย่อยไขมันไขมันที่ชื่อว่า Lipidperoxidase ทำให้เกิดการย่อยสลายของไขมันและมีกลิ่นออกมา



คราวนี้นอกจากคนที่อายุมากกว่า 40 ปี ก็จะมีคนกลุ่มนี้นะครับที่เป็นโรคประจำตัวแล้วก็ทานยาบางอย่างที่อาจจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่ามีกลิ่นแก่ได้

1. ผู้ที่มีความผิดปกติของการเกิดออกซิเดชันของกรดไขมัน (FAODs)

2. บุคคลที่มีภาวะขาดวิตามินบี 12 หรือบี 2 (ไรโบฟลาวิน)

3. ผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมบางอย่าง เช่น ไตรเมทิลอะนูเรีย (TMAU)

4. ผู้ที่เป็นโรคตับหรือไต

5. ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้ซึมเศร้า

เพื่อลดความเสี่ยงของกลิ่นไม่พึงประสงค์ ผมแนะนําให้ทําตามนี้ครับ โดยขอเน้นกลุ่มอาหารเสริมดังนี้

- ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง Antioxidant เช่น เบอร์รี่ ผักใบเขียว และผักและผลไม้อื่นๆ เพื่อต้านอนุมูลอิสระ

- อย่าขาดโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน เมล็ดแฟลกซ์ และวอลนัท ไว้ในอาหารของคุณเพื่อช่วยการเผาผลาญกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพ

- การเสริมวิตามินบี 12 บี 2 และโปรไบโอติคเนื่องจากการขาดวิตามินบี 12 และบี 2 อาจทำให้เกิดการสะสมของไขมันเปอร์ออกไซด์ได้ และอย่าลืมโปรไบโอติคด้วยนะครับเพื่อการเผาผลาญไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ

คราวนี้อีกเรื่องหนึ่งก็คือ การใช้น้ำหอมหรือการเลือกโรลออนให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ควรฉีดไปตรงบริเวณที่เราอยากจะเน้นนะครับ

- ฉีดหลังอาบน้ำเสร็จทันที

- เช็ดตัวให้แห้งก่อนนะครับแล้วทาโลชั่นที่ไม่มีกลิ่นจะช่วยให้ติดทนนานมากขึ้น

- บางคนอยากให้หัวตัวเองก็หอมฉีดลงบนหวีก็ได้นะครับ

- วิธีการฉีดให้ห่างจากตัวเองสักประมาณ 30 เซนติเมตรครับ

- แนะนำให้เน้นตรงจุดที่เป็นข้อพับนะครับ เช่นข้อมือข้อศอกครับ จะช่วยให้ติดทนนานทั้งวันครับ

- ใครที่ไม่มั่นใจก็พกอันเล็กๆไว้ติดตัวเผื่อฉีดระหว่างวันได้ครับ

กลิ่นแก่กับเรื่องของเหงื่อออกที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเป็นคนละเรื่องกันนะครับวันหลังจะเขียนเพิ่มเติมนะครับเรื่องของเหงื่อออกเยอะที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า เพราะหลายหลายคนเป็นโรคนี้ครับและอาจจะไม่รู้วิธีการแก้ไข แต่ก่อนจากไปใครอ่านถึงบรรทัดนี้แนะนำน้ำหอมหน่อยนะครับ

avatar

TNNThailand