อัตราการฉีดวัคซีนเด็กทั่วโลกถดถอย เสี่ยงโรคระบาดกลับมาอีกครั้ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
อัตราการฉีดวัคซีนเด็กทั่วโลกถดถอย เสี่ยงโรคระบาดกลับมาอีกครั้ง

รายงานล่าสุดจากวารสารทางการแพทย์ The Lancet (เผยแพร่วันที่ 24 มิถุนายน 2568) ระบุว่า การฉีดวัคซีนเด็กทั่วโลกเกิดภาวะชะงักงัน (stall) และถอยหลังลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในกลุ่มวัคซีนหลักที่จำเป็นต่อการป้องกันโรคร้ายแรง เช่น วัคซีนหัด วัคซีนโปลิโอ วัคซีนวัณโรค และวัคซีน DTP (คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก) โดยช่วงปี 2010–2019 มีถึง 100 ประเทศจากทั้งหมด 204 ประเทศทั่วโลกที่อัตราการฉีดวัคซีนหัดกลับลดลง แทนที่จะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายการพัฒนาระดับโลกขององค์การอนามัยโลก

เด็กจำนวนมหาศาลตกหล่นจากระบบป้องกันโรค โดยในปีล่าสุด มีเด็กกว่า 15.6 ล้านคนที่พลาดวัคซีน DTP อย่างน้อย 1 เข็ม เด็กกว่า 16 ล้านคนไม่ได้รับวัคซีนโปลิโอ และกว่า 9 ล้านคนไม่ได้รับวัคซีนวัณโรค โดยกว่าครึ่งของจำนวนนี้กระจุกอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำหรือปานกลาง ได้แก่ อินเดีย ไนจีเรีย ปากีสถาน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

สรุปข่าว

อัตราการฉีดวัคซีนเด็กทั่วโลกลดลง โดยเฉพาะวัคซีนหัด โปลิโอ และวัณโรค สะท้อนภาวะถดถอยหลังโควิด-19 ประเทศรายได้ต่ำและสูงต่างได้รับผลกระทบ ทำให้โรคที่เคยควบคุมได้เริ่มกลับมาระบาด องค์การอนามัยโลกเตรียมเร่งฟื้นฟูระบบวัคซีนเด็กทั่วโลก หวังหยุดการระบาดซ้ำของโรคป้องกันได้

รายงานล่าสุดจากวารสารทางการแพทย์ The Lancet (เผยแพร่วันที่ 24 มิถุนายน 2568) ระบุว่า การฉีดวัคซีนเด็กทั่วโลกเกิดภาวะชะงักงัน (stall) และถอยหลังลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ โดยเฉพาะในกลุ่มวัคซีนหลักที่จำเป็นต่อการป้องกันโรคร้ายแรง เช่น วัคซีนหัด วัคซีนโปลิโอ วัคซีนวัณโรค และวัคซีน DTP (คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก) โดยช่วงปี 2010–2019 มีถึง 100 ประเทศจากทั้งหมด 204 ประเทศทั่วโลกที่อัตราการฉีดวัคซีนหัดกลับลดลง แทนที่จะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายการพัฒนาระดับโลกขององค์การอนามัยโลก

เด็กจำนวนมหาศาลตกหล่นจากระบบป้องกันโรค โดยในปีล่าสุด มีเด็กกว่า 15.6 ล้านคนที่พลาดวัคซีน DTP อย่างน้อย 1 เข็ม เด็กกว่า 16 ล้านคนไม่ได้รับวัคซีนโปลิโอ และกว่า 9 ล้านคนไม่ได้รับวัคซีนวัณโรค โดยกว่าครึ่งของจำนวนนี้กระจุกอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำหรือปานกลาง ได้แก่ อินเดีย ไนจีเรีย ปากีสถาน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ประเทศรายได้สูงจำนวนมากก็ไม่ได้รับการยกเว้น โดยมี 21 ประเทศจาก 36 ประเทศรายได้สูงที่อัตราการฉีดวัคซีนเด็กกลับลดลง ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ต่างเผชิญการระบาดซ้ำของโรคที่เคยควบคุมได้แล้ว เช่น หัด ไอกรน และโปลิโอ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าภาวะนี้เป็นผลสะสมจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งการหยุดชะงักของระบบสาธารณสุขในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 การลดงบประมาณด้านวัคซีนจากองค์กรผู้บริจาคนานาชาติ ความลังเลในการรับวัคซีนจากประชาชน และการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จเกี่ยวกับวัคซีนผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มพ่อแม่ที่ได้รับผลกระทบจากข่าวปลอมและความเข้าใจผิด ทำให้ไม่พาลูกหลานไปฉีดวัคซีนตามกำหนด

ปัญหานี้รุนแรงยิ่งขึ้นในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งหรือมีโครงสร้างสาธารณสุขอ่อนแอ เช่น บางส่วนของแอฟริกาตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ขณะเดียวกัน กลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น Gavi, UNICEF และ WHO เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เร่งฟื้นฟูระบบวัคซีนเด็ก พร้อมส่งเสริมการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยเน้นการฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็นในกลุ่มเสี่ยงอย่างเร่งด่วน

เพื่อป้องกันการกลับมาระบาดของโรคที่ควบคุมได้แล้วในอดีต เช่น โรคหัดที่ปัจจุบันกลับมาระบาดในกว่า 50 ประเทศ และโปลิโอที่ยังพบการระบาดในปากีสถาน อัฟกานิสถาน และประเทศที่มีความขัดแย้ง ล่าสุดองค์การอนามัยโลกเตรียมเสนอเป้าหมายเร่งด่วนในการประชุม World Vaccine Summit กลางปี 2569 เพื่อเรียกคืนความคืบหน้าด้านภูมิคุ้มกันในเด็กทั่วโลกที่สูญเสียไปหลังโควิด-19

sticky-bar-top