
พิสตาชีโอ เป็นถั่วชนิดหนึ่ง ต้นกำเนิดในอิหร่านนิยมทานเป็นอาหารว่าง หรือนำไปเป็นส่วนผสมของขนม ซึ่งพิสตาชิโอมีประโยชน์ต้องสุขภาพหลายข้อ เป็นแหล่งของวิตามิน แต่งานวิจัยจากสหรัฐฯบอกว่า ถ้าอยากทานให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ต้องทานก่อนนอน จะช่วยเพิ่มสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อต้านการอักเสบ ตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็ง
สรุปข่าว
พิสตาชีโอ เป็นถั่วชนิดหนึ่ง ต้นกำเนิดในอิหร่านนิยมทานเป็นอาหารว่าง หรือนำไปเป็นส่วนผสมของขนม ซึ่งพิสตาชิโอมีประโยชน์ต้องสุขภาพหลายข้อ เป็นแหล่งของวิตามิน แต่งานวิจัยจากสหรัฐฯบอกว่า ถ้าอยากทานให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ต้องทานก่อนนอน จะช่วยเพิ่มสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อต้านการอักเสบ ตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดมะเร็ง
ก่อนหน้านี้ ผลการวิจัยของสหรัฐฯ เลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่ 51 คน ที่รับประทานถั่วพิสตาชิโอเป็นประจำ พบว่าการรับประทานพิสตาชิโอในเวลากลางคืนมีผลต่อแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Current Developments in Nutrition เมื่อเดือนกรกฎาคม ระบุว่า การเปลี่ยนจากของว่างที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เช่น ขนมปังปิ้ง มาเป็นพิสตาชิโอ อาจช่วยปรับสมดุลของไมโครไบโอมในลำไส้ หรือระบบนิเวศของจุลชีพที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเราได้
ทำไมพิสตาชิโอดีต่อระบบลำไส้?
ดร.เฟเดอริกา อามาติ หัวหน้านักโภชนาการจาก ZOE ให้สัมภาษณ์กับ The Independent ว่า
พิสตาชิโออุดมไปด้วยไฟเบอร์และโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารอาหารที่จุลชีพในลำไส้ชื่นชอบ มันเปรียบเสมือนอาหารของแบคทีเรียชนิดดีที่ช่วยให้ลำไส้แข็งแรงและทำงานได้ดี
คนที่ทานพิสตาชิโอเป็นประจำมักจะมีแบคทีเรียที่สร้างกรดไขมันสายสั้น มากกว่า ซึ่งมีประโยชน์ในการลดการอักเสบและช่วยคงความแข็งแรงของเยื่อบุลำไส้
แบคทีเรียในลำไส้มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย ตั้งแต่ช่วยในการย่อยอาหารไปจนถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ไมโครไบโอมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และ “ความหลากหลาย” ของจุลชีพถือเป็นกุญแจสำคัญของลำไส้ที่แข็งแรง
พิสตาชิโอมีไฟเบอร์สูง โดยเพียงหนึ่งกำเล็กๆ ก็ให้ไฟเบอร์ราว 3 กรัม จากปริมาณที่แนะนำต่อวัน 30 กรัม ไฟเบอร์ประเภทนี้ดีต่อสุขภาพลำไส้เพราะช่วยลดการอักเสบ
เมื่อไฟเบอร์เหล่านี้ถูกหมักในลำไส้ใหญ่ จะเกิดกรดไขมันสายสั้น เช่น บิวทิเรต โพรพิโอเนต และอะซีเตต ซึ่งช่วยรักษาเยื่อบุลำไส้ให้แข็งแรง ลดการอักเสบ และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
นอกจากไฟเบอร์แล้ว พิสตาชิโอยังมีสารประกอบอย่างโพลีฟีนอล โทโคฟีรอล ซึ่งเป็นวิตามินอีชนิดหนึ่ง และสารต้านอนุมูลอิสระ ลูทีน ซึ่งล้วนมีบทบาทในการเสริมสุขภาพลำไส้
โพลีฟีนอลและสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะถูกจุลชีพในลำไส้ย่อยสลาย และช่วยปรับสมดุลรวมถึงกิจกรรมของไมโครไบโอม
ไขมันดีและโปรตีนในพิสตาชิโอยังช่วยให้การย่อยช้าลง ทำให้สารอาหารเดินทางไปยังส่วนล่างของลำไส้ ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดกระบวนการหมัก และช่วยรักษาสมดุลของไมโครไบโอม
ที่สำคัญ พิสตาชิโอไม่เหมือนของว่างเสี่ยงสูงทั่วไป เพราะไม่มีน้ำตาลหรืออีมัลซิไฟเออร์ที่รบกวนสมดุลของจุลชีพในลำไส้ การกินพิสตาชิโอเป็นของว่างหนึ่งกำ หรือโรยบนอาหารจานโปรด จึงเป็นวิธีง่ายๆ และอร่อยในการดูแลสุขภาพลำไส้
ที่มาข้อมูล : independent.co.uk
ที่มารูปภาพ : CANVA

