
ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีอัตราความชุกของโรคอ้วนอยู่ที่ราวร้อยละ 58 และจำนวนเด็กมากกว่าร้อยละ 20 มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน โรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิก อาทิ เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง โดยเกือบหนึ่งในสามของผู้ที่เป็นโรคอ้วนประสบกับภาวะเรื้อรังเหล่านี้
สำนักงานการศึกษากรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กร Nudge Thailand พัฒนาหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน และจะเริ่มนำไปประกอบการเรียนการสอนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในช่วงภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2568 โดยหลักสูตรมีการออกแบบที่เน้นกิจกรรมและมุ่งลดโรคอ้วนในเด็ก
ในงานผู้อำนวยการเขตจาก 50 เขตรับมอบหลักสูตรเพื่อนำไปใช้ในโรงเรียนและสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน ครูจากโรงเรียนต้นแบบหลักสูตร 21 โรงเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการซึ่งครอบคลุมถึงวิธีการสอน การสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียน รวมทั้งการวัดผลและประเมินผลลัพธ์ ในงานยังมีการบรรยายจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เกี่ยวกับโครงการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนที่นำไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ เพื่อให้ครูจากกรุงเทพมหานครสามารถยึดแนวปฏิบัติที่ผ่านการนำไปปฏิบัติจริง และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครได้
สรุปข่าว
ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีอัตราความชุกของโรคอ้วนอยู่ที่ราวร้อยละ 58 และจำนวนเด็กมากกว่าร้อยละ 20 มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน โรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิก อาทิ เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง โดยเกือบหนึ่งในสามของผู้ที่เป็นโรคอ้วนประสบกับภาวะเรื้อรังเหล่านี้
สำนักงานการศึกษากรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กร Nudge Thailand พัฒนาหลักสูตรอย่าปล่อยให้เด็กอ้วน และจะเริ่มนำไปประกอบการเรียนการสอนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ในช่วงภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2568 โดยหลักสูตรมีการออกแบบที่เน้นกิจกรรมและมุ่งลดโรคอ้วนในเด็ก
ในงานผู้อำนวยการเขตจาก 50 เขตรับมอบหลักสูตรเพื่อนำไปใช้ในโรงเรียนและสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน ครูจากโรงเรียนต้นแบบหลักสูตร 21 โรงเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการซึ่งครอบคลุมถึงวิธีการสอน การสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียน รวมทั้งการวัดผลและประเมินผลลัพธ์ ในงานยังมีการบรรยายจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เกี่ยวกับโครงการส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนที่นำไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ เพื่อให้ครูจากกรุงเทพมหานครสามารถยึดแนวปฏิบัติที่ผ่านการนำไปปฏิบัติจริง และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครได้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “วันนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการให้ความสำคัญกับสุขภาพของเด็กในกรุงเทพฯ โดยการมอบหลักสูตรและการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้บริหารเขตและครู เป็นเหมือนการมอบเครื่องมือให้กับชุมชนในการสร้างนิสัยที่รักสุขภาพตั้งแต่ยังเล็ก นี่คือความมุ่งมั่นของเราในการสร้างกรุงเทพฯ เมืองสุขภาพดีสำหรับคนรุ่นต่อไป”
นายจิฮานเซอร์ดาร์คิซิลจิก ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น โครงการ Bangkok, City for better Health แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือในรูปแบบนี้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้ โนโว นอร์ดิสค์ภาคภูมิใจที่เราได้สนับสนุนการส่งมอบหลักสูตรและการฝึกอบรมครูซึ่งจะช่วยป้องกันโรคอ้วนในเด็กและลดภาระของโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเมแทบอลิกที่กำลังเป็นปัญหาในกรุงเทพฯ”
การส่งมอบหลักสูตรและการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Bangkok, City for Better Health ซึ่งโครงการยังครอบคลุมถึงแผนพัฒนาพื้นที่สันทนาการในสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพ ความปลอดภัย และโภชนาการของอาหารกลางวันในโรงเรียน มาตรการทั้งหมดนี้มุ่งส่งเสริมสภาพแวดล้อมในเมืองที่ส่งเสริมสุขภาวะและรับมือกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีความชุกของโรคมากที่สุด
- ไขข้อสงสัย ทำไมผอมแต่ยังป่วยเป็นมะเร็ง เพราะ "กลไกของเซลล์ไขมันที่สะสม"
- “กรุงเทพฯ” แชมป์ 2 สมัย “เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชีย” แซงหน้า “โตเกียว - บาหลี”
- ทั่วโลกมีเด็กที่เป็นโรคอ้วนมากกว่าเด็กผอมเป็นครั้งแรก ยูนิเซฟเผย
- งานวิจัยใหม่จากเดนมาร์กชี้ "คนน้ำหนักเกิน" ตายยากกว่า "คนน้ำหนักน้อย"
- "เด็กอ้วน" กระทบเศรษฐกิจ WHO แนะทั่วโลกเก็บภาษีเพิ่ม
ที่มาข้อมูล : โนโว นอร์ดิสค์ฟาร์มา
ที่มารูปภาพ : โนโว นอร์ดิสค์ฟาร์มา

