อยากให้ลูกประสบความสำเร็จ ต้องสอนให้ทำงานบ้าน

Share on Line Share on Facebook Share on X
อยากให้ลูกประสบความสำเร็จ ต้องสอนให้ทำงานบ้าน

งานบ้านอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่ผลลัพธ์ของมันกลับยิ่งใหญ่กว่าที่คิด งานวิจัยระยะยาว 86 ปีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งศึกษาชีวิตของ “ผู้ประสบความสำเร็จสูง” มากกว่า 700 คน พบความเชื่อมโยงชัดเจนว่า เด็กที่เติบโตมากับการทำงานบ้าน มีแนวโน้มประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเมื่อโตขึ้น

ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเหนื่อย ความมีวินัย หรือการฝึกให้เด็ก “อดทนกับความลำบาก” เพียงอย่างเดียว งานบ้านจะมีพลังมากขึ้น เมื่อมันไม่ใช่ภาระที่ทำคนเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกัน เด็กควรรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมีความหมาย และเชื่อมโยงกับภาพใหญ่ของครอบครัว


สรุปข่าว

งานวิจัยฮาร์วาร์ดชี้อยากให้ลูกประสบความสำเร็จ ต้องสอนให้ทำงานบ้าน

งานบ้านอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่ผลลัพธ์ของมันกลับยิ่งใหญ่กว่าที่คิด งานวิจัยระยะยาว 86 ปีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งศึกษาชีวิตของ “ผู้ประสบความสำเร็จสูง” มากกว่า 700 คน พบความเชื่อมโยงชัดเจนว่า เด็กที่เติบโตมากับการทำงานบ้าน มีแนวโน้มประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเมื่อโตขึ้น

ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเหนื่อย ความมีวินัย หรือการฝึกให้เด็ก “อดทนกับความลำบาก” เพียงอย่างเดียว งานบ้านจะมีพลังมากขึ้น เมื่อมันไม่ใช่ภาระที่ทำคนเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกัน เด็กควรรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมีความหมาย และเชื่อมโยงกับภาพใหญ่ของครอบครัว


ตัวอย่างง่าย ๆ คือ แทนที่จะสั่งให้ลูกนำจานไปวางที่อ่างล้างจานเฉย ๆ ลองบอกเขาว่า นี่คือการช่วยให้ทุกคนทำความสะอาดบ้านไปด้วยกัน เรากินข้าวด้วยกัน เราเก็บกวาดด้วยกัน เราช่วยกันดูแลบ้านและสวนให้เป็นระเบียบ เพราะนี่คือพื้นที่ของพวกเราทุกคน

เมื่อเด็ก ๆ ได้ทำงานบ้านในฐานะ “สมาชิกทีม” ไม่ใช่แค่ผู้ทำตามคำสั่ง พวกเขาจะค่อย ๆ รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะมองเห็นความต้องการของคนรอบข้าง เด็กที่ไม่ถูกทำทุกอย่างให้ตั้งแต่เล็ก มักจะเห็นแก่ตัวน้อยลง และมีแนวโน้มพัฒนานิสัยการทำงานที่ดี ทั้งวินัย การบริหารเวลา และความรับผิดชอบ

ที่สำคัญ งานบ้านยังช่วยฝึกความพากเพียรและความอึด ซึ่งไม่ใช่ทักษะติดตัวตั้งแต่เกิด แต่เป็นเหมือนกล้ามเนื้อที่ต้องฝึกซ้ำ ๆ การช่วยกันทำงานเล็ก ๆ ในบ้าน คือบทเรียนแรกของการทำงานเป็นทีม การรู้จักนำและรู้จักตาม รวมถึงการมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

งานวิจัยในวารสาร Journal of Developmental & Behavioral Pediatrics ยังพบว่า เด็กที่เริ่มช่วยทำงานเล็ก ๆ ตั้งแต่อายุ 4–5 ขวบ จะมีความเชื่อมั่นในตัวเองและความเชื่อมั่นในความสามารถของตนสูงกว่า เพราะความสำเร็จ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างการเก็บของเล่น ก็ทำให้เด็กภูมิใจ และการได้รับคำชมยิ่งตอกย้ำว่าความพยายามของเขามีความหมาย

ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยหล่อหลอมกรอบความคิดแบบเติบโต หรือ growth mindset เมื่อเด็กเรียนรู้ว่า ความสำเร็จไม่ได้มาจากความเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความพยายาม พวกเขาจะกล้าลอง อดทนมากขึ้น และลุกขึ้นใหม่ได้เมื่อเจออุปสรรค

ดังนั้น งานบ้านที่เหมาะสม ไม่ได้แค่ช่วยให้บ้านสะอาดขึ้น แต่ช่วยให้ชีวิตของเด็กแข็งแรงขึ้นด้วย โดยเฉพาะเมื่อพ่อแม่ทำให้งานบ้านเป็นเรื่องของ “พวกเรา” ไม่ใช่ “หน้าที่ของเธอ” เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครสร้างสิ่งที่มีคุณค่าได้เพียงลำพัง และบทเรียนเล็ก ๆ จากในบ้านนี่เอง ที่อาจกลายเป็นรากฐานของความสำเร็จและความสุขในอนาคต

ที่มาข้อมูล : Harvard Studies, inc.com

ที่มารูปภาพ : CANVA

sticky-bar-top