เรียนแพทย์ไม่ต้องพึ่งอาจารย์ใหญ่ ศิริราชเปิดแนวทางการเรียนการสอนแบบใหม่

Share on Line Share on Facebook Share on X
เรียนแพทย์ไม่ต้องพึ่งอาจารย์ใหญ่ ศิริราชเปิดแนวทางการเรียนการสอนแบบใหม่

ศิริราชเปิดตัวนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนแนวใหม่ “Faesthetics 2.0” เรียนรู้สนุกผ่านโลกของ 3D Visualization Technologies

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานงานแถลงข่าว “ศิริราชเปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ Faesthetics 2.0” โดยได้รับเกียรติจาก นางนริศา มัณฑางกูร ผู้อำนวยการโปรแกรมบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

สรุปข่าว

หุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูง อาจทำให้ไม่ต้องใช่อาจารย์ใหญ่อีกต่อไป ศิริราชเปิดแนวการเรียนการสอนรูปแบบใหม่

ศิริราชเปิดตัวนวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนแนวใหม่ “Faesthetics 2.0” เรียนรู้สนุกผ่านโลกของ 3D Visualization Technologies

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานงานแถลงข่าว “ศิริราชเปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ Faesthetics 2.0” โดยได้รับเกียรติจาก นางนริศา มัณฑางกูร ผู้อำนวยการโปรแกรมบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ขั้นสูง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 

พร้อมด้วย ศ. ดร. พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยาและหัวหน้าศูนย์เลเซอร์ผิวหนังศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ผศ. พญ.ธัญญา เตชะพิเชฐวณิช ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และ Mr. Kim IL CEO บริษัท SurgicalMind Co., Ltd. ร่วมด้วย ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G โรงพยาบาลศิริราช

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ประกาศความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรม “Faesthetics 2.0” ซึ่งเป็นการยกระดับจากเวอร์ชันปฐมบท ซึ่งทำได้เพียงแสดงโครงสร้างทางกายวิภาคในระบบดิจิทัลสู่เครื่องมือการเรียนการสอนทางการแพทย์ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะกายวิภาคศาสตร์และการฝึกทำหัตถการเสมือนจริงผ่านเทคโนโลยีภาพจำลอง 3 มิติขั้นสูง (3D Visualization Technologies) ที่ผสมผสานความรู้และความสนุกสนานเข้าด้วยกัน

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวถึงการสนับสนุนของคณะฯ ในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ Faesthetics 2.0 ว่า

 “คณะฯ ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของนักศึกษาและแพทย์ประจำบ้านในยุคดิจิทัลที่ไม่หยุดนิ่ง และสร้างความมั่นใจและแม่นยำในการทำหัตถการในผู้ป่วยจริง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ปลอดภัยและแม่นยำ ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมในวันนี้จึงเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อส่งมอบบริการที่เป็นประโยชน์ต่อระบบสุขภาพระดับสากลอย่างแท้จริง”

เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ศิริราชจับมือกับบริษัท SurgicalMind ประเทศเกาหลีใต้ ในการพัฒนานวัตกรรม Faesthetics ซึ่งแนวคิดได้มาจากการฝึกทักษะการทำหัตถการที่เรียกว่า Fruit Lab ที่เน้นความปราณีตในการใช้มีดบนเปลือกผลไม้ ก่อนเริ่มฝึกทักษะผู้เรียนด้วยวิธีฉีดยาบนผิวหนังเทียมเสมือนจริง ที่พัฒนาร่วมกับหน่วยผลิตหุ่นจำลองทางการแพทย์ 

สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกกับร่างอาจารย์ใหญ่ ซึ่งมีการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่สำหรับฝึกทำหัตถการด้านเสริมความงามด้วย Botulinum Toxin และสารเติมเต็ม มากกว่าเดือนละครั้งและแต่ละครั้งจะใช้เพียงใบหน้าเท่านั้น จากจุดเริ่มต้นนี้จึงได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยลดการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยี Mixed Reality (MR) ที่ผสมผสานระหว่าง ทั้ง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เข้าด้วยกัน จนกลายเป็น Faesthetics 2.0 นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนการเรียนการสอนแพทย์ไปอย่างสิ้นเชิง

ศ. ดร. พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า “Faesthetics 2.0 ไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์ธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นการพลิกโฉมรูปแบบการเรียนการสอนแพทย์ให้ทันสมัยตามยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิต 

โดย Faesthetics Software แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ PC Version ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอนของคณาจารย์ เป็น Higher Technology สามารถเลือกแสดงผลโครงสร้างต่างๆ โดยแยกชั้นผิวหนังและอวัยวะใต้ผิวหนังได้อย่างอิสระตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้นำมาใช้จริงในการประกอบการบรรยายจาก PC Version ที่มีความละเอียดสูง ได้ถูกนำมาต่อยอดมาสู่ Web Version โดยลดความละเอียดลงเล็กน้อย เพื่อให้นักศึกษาแพทย์สามารถใช้งาน Web Version ในการทบทวนบทเรียนได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ทุกที่ ทุกเวลา โดยเข้าใช้งานผ่านระบบ QR Code ที่เห็นบนหน้าจอนี้

ส่วนถัดมา VR Version ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในรูปแบบกลุ่ม โดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงพื้นที่เสมือนพร้อมกัน ผู้สอนสามารถหมุนภาพโครงสร้างและชี้จุดสาธิตให้นักศึกษาดูได้อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ระบบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาในอัตราส่วนอาจารย์ 1 ท่าน ต่อผู้เรียน 6 ท่าน (1:6) และมีแผนงานที่จะขยายขีดความสามารถให้รองรับผู้เรียนได้สูงสุดถึง 20 ท่าน

และสุดท้าย Injection Simulation Training ซึ่งนวัตกรรมนี้รองรับการใช้งานอย่างครอบคลุมในส่วนของการฝึกทำหัตถการ โดยหัวใจสำคัญคือการจำลองระบบให้จับคู่ข้อมูลดิจิทัลเข้ากับหุ่นจำลองที่เราออกแบบขึ้นโดยเฉพาะ (Data Mapping) เมื่อผู้เรียนมีการลงเข็มในตำแหน่งต่างๆ บนหุ่นจำลองนั้น ระบบจะแสดงผลว่าขณะนี้เข็มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ ทั้งตำแหน่งและความลึก”

ในอนาคตอันใกล้ Faesthetics 2.0 จะถูกยกระดับไปสู่รูปแบบ Game Learning ซึ่งถือเป็นมิติใหม่แห่งวงการแพทย์ โดยเปลี่ยนจากการฝึกหัตถการในห้องเรียนแบบเดิม ให้กลายเป็นสถานการณ์จำลองอัจฉริยะ (Simulation Game) ที่สมจริง โดยผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกอุปกรณ์ ขนาดเข็ม ตัวยา รวมถึงวางแผนวิธีการรักษาให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับทั้งทักษะความชำนาญและความเพลิดเพลินไปพร้อมกัน ทั้งนี้ นวัตกรรม Faesthetics 2.0 ได้แสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามขีดความสามารถของวงการแพทย์สู่อนาคตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความพร้อมในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

ที่มาข้อมูล : sirirajpr

ที่มารูปภาพ : sirirajpr

แท็กบทความ