จิตแพทย์เตือน! "สงคราม"ปะทุรอบนี้ คนไทยต้อง"เตรียมใจ" รับมือวิกฤตอะไรบ้าง?

Share on Line Share on Facebook Share on X
จิตแพทย์เตือน! "สงคราม"ปะทุรอบนี้ คนไทยต้อง"เตรียมใจ" รับมือวิกฤตอะไรบ้าง?

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า


สงครามปะทุ! แล้วคนไทยต้องรับมืออะไรบ้าง?


ข่าวสงครามครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวครับ เพราะความขัดแย้งที่อยู่ห่างออกไปครึ่งโลก อาจกลายเป็นพายุที่พัดเข้ากระเป๋าเงินของคนไทยทุกคนได้เลย หัวใจของปัญหาอยู่ที่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ที่มีน้ำมันผ่านถึงประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ถ้าเส้นทางนี้ถูกปิดหรือเกิดความตึงเครียด การขนส่งพลังงานก็จะสะดุดทันที และประเทศไทยเองก็เปราะบางกับเรื่องนี้มาก เพราะไทยเป็นประเทศที่ พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซในระดับสูง ของเอเชียครับ


ผลกระทบที่คนไทยอาจเจอ

1. ราคาน้ำมันพุ่ง

นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันดิบอาจขึ้นไปถึง 100–120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรืออาจสูงกว่านั้นในสถานการณ์เลวร้าย เมื่อราคาน้ำมันขึ้น ราคาหน้าปั๊มก็ขึ้นตามทันที

2. ของแพง เงินเฟ้อ

-เมื่อน้ำมันแพง ค่าขนส่งก็แพง

-สุดท้ายราคาสินค้า ตั้งแต่อาหารจนถึงของใช้ประจำวัน ก็จะปรับตัวขึ้นเป็นทอดๆ

3. เศรษฐกิจโดยรวมสะเทือน

-ค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น การท่องเที่ยวอาจชะลอ

-ต้นทุนขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการส่งออกของไทยด้วย


สรุปข่าว

งานวิจัยด้านจิตเวชพบว่า การติดตามข่าววิกฤตอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มระดับ ความเครียดและความวิตกกังวล ได้จริง สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราอาจควบคุมสงครามไม่ได้ แต่เราควบคุมชีวิตประจำวันของเราได้ ใช้เงินอย่างมีสติ พักผ่อนให้พอ และอย่าปล่อยให้ข่าวร้ายครอบงำทั้งวัน นี่คือ "ภูมิคุ้มกันทางใจ" ที่สำคัญ

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า


สงครามปะทุ! แล้วคนไทยต้องรับมืออะไรบ้าง?


ข่าวสงครามครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวครับ เพราะความขัดแย้งที่อยู่ห่างออกไปครึ่งโลก อาจกลายเป็นพายุที่พัดเข้ากระเป๋าเงินของคนไทยทุกคนได้เลย หัวใจของปัญหาอยู่ที่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ที่มีน้ำมันผ่านถึงประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ถ้าเส้นทางนี้ถูกปิดหรือเกิดความตึงเครียด การขนส่งพลังงานก็จะสะดุดทันที และประเทศไทยเองก็เปราะบางกับเรื่องนี้มาก เพราะไทยเป็นประเทศที่ พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซในระดับสูง ของเอเชียครับ


ผลกระทบที่คนไทยอาจเจอ

1. ราคาน้ำมันพุ่ง

นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันดิบอาจขึ้นไปถึง 100–120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรืออาจสูงกว่านั้นในสถานการณ์เลวร้าย เมื่อราคาน้ำมันขึ้น ราคาหน้าปั๊มก็ขึ้นตามทันที

2. ของแพง เงินเฟ้อ

-เมื่อน้ำมันแพง ค่าขนส่งก็แพง

-สุดท้ายราคาสินค้า ตั้งแต่อาหารจนถึงของใช้ประจำวัน ก็จะปรับตัวขึ้นเป็นทอดๆ

3. เศรษฐกิจโดยรวมสะเทือน

-ค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น การท่องเที่ยวอาจชะลอ

-ต้นทุนขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการส่งออกของไทยด้วย


แล้วเราควรรับมือยังไง?

ระยะสั้น

-วางแผนการเงิน ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และพยายามประหยัดพลังงาน เช่น ใช้รถสาธารณะหรือรวมการเดินทาง

ระยะกลาง

-สร้างเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3–6 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

-ติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้

-รัฐบาลเองก็มีมาตรการรับมือหลายด้าน เช่น การตรึงราคาพลังงานและการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด


แต่อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “สุขภาพจิต”

งานวิจัยด้านจิตเวชพบว่า การติดตามข่าววิกฤตอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มระดับ ความเครียดและความวิตกกังวล ได้จริง

แม้เราไม่ได้อยู่ในสงคราม แต่สมองกลับรับรู้เหมือนกำลังเผชิญภัยคุกคาม โซเชียลมีเดียยิ่งทำให้ความกลัวแพร่เร็วขึ้น เพราะข่าวที่น่ากลัวมักถูกดันมากกว่า นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า Negativity Bias คือสมองมนุษย์สนใจข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี

ดังนั้น เทคนิคง่ายๆ คือ บริหารการเสพข่าว

เช็กข่าววันละ 1–2 ครั้งจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ไม่ต้องดูทั้งวัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือ

-เราอาจควบคุมสงครามไม่ได้ แต่เราควบคุมชีวิตประจำวันของเราได้

-ใช้เงินอย่างมีสติ พักผ่อนให้พอ และอย่าปล่อยให้ข่าวร้ายครอบงำทั้งวัน นี่คือ ภูมิคุ้มกันทางใจ ที่สำคัญ


เรื่องเล็กๆ ที่หมออยากเล่า

มีคนไข้คนหนึ่งนอนไม่หลับหลายคืน เพราะดูข่าวสงครามทั้งคืน

หมอถามเขาว่า “ข่าวนั้นเกิดห่างจากบ้านเรากี่พันกิโลเมตรครับ”

เขานิ่งไปก่อนตอบว่า “ไกลมากครับหมอ”

หมอบอกเขาว่า โลกอาจมีเสียงระเบิดอยู่บางที่

แต่ในห้องนอนของเรา ยังมีความเงียบอยู่ครับ

บางครั้ง การดูแลใจตัวเอง ก็คือการเลือก ปิดข่าว แล้วกลับไปนอนพักครับ