อากาศในออฟฟิศทำให้ผิวพัง-มีผลต่อสุขภาพมากแค่ไหน

Share on Line Share on Facebook Share on X
อากาศในออฟฟิศทำให้ผิวพัง-มีผลต่อสุขภาพมากแค่ไหน

ช่วงนี้มีคลิปใน TikTok ที่กลายเป็นไวรัล พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า “office air theory” หรือทฤษฎีอากาศในออฟฟิศ โดยตั้งคำถามว่า ทำไมตอนเช้าเรามาออฟฟิศหน้ายังสดใส ผมเผ้าไดร์มาสวย แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง หน้ากลับดูโทรมลง ทั้งๆ ที่นั่งในออฟฟิศทั้งวัน เป็นเพราะสาเหตุอาจมาจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน แต่ความจริงเป็นอย่างไร?

สรุปข่าว

สรุปไวรัล "office air theory” หรือทฤษฎีอากาศในออฟฟิศ ทำให้หน้าเราโทรมทั้งที่ไม่ได้ออกไปไหนเลยจริงไหม?

ช่วงนี้มีคลิปใน TikTok ที่กลายเป็นไวรัล พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า “office air theory” หรือทฤษฎีอากาศในออฟฟิศ โดยตั้งคำถามว่า ทำไมตอนเช้าเรามาออฟฟิศหน้ายังสดใส ผมเผ้าไดร์มาสวย แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง หน้ากลับดูโทรมลง ทั้งๆ ที่นั่งในออฟฟิศทั้งวัน เป็นเพราะสาเหตุอาจมาจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน แต่ความจริงเป็นอย่างไร?

“Office Air Theory” คืออะไร?

แนวคิดนี้เริ่มจากวิดีโอของครีเอเตอร์ชื่อ Noa Donlan ที่โพสต์คลิปเปรียบเทียบตัวเองในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวันทำงาน

ช่วงเช้าเธอเขียนว่า

“9 โมง: ผมสะอาด ผิวใส หน้าไม่บวม”

แต่พอช่วงบ่ายกลับเป็น

“บ่ายโมง: ผมมัน ใต้ตาคล้ำ หน้าเริ่มบวม”

จากสิ่งที่สังเกตนี้ เธอจึงเรียกว่า “office air theory” ซึ่งเชื่อว่าอากาศหรือสภาพแวดล้อมในออฟฟิศอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ผมชี้ฟู ผิวแห้ง ตาแห้ง หรือหน้ามัน

เธอเล่าว่า ตอนออกจากบ้านยังดูดี แต่พอส่องกระจกในห้องน้ำออฟฟิศตอนเที่ยง ผิวกลับแห้ง ผมมันและลีบลง จนรู้สึกว่าไม่เหมือนตัวเองแล้ว

คลิปเหล่านี้มียอดเข้าชมหลายล้านครั้ง และหลายคนก็บอกว่ามีประสบการณ์แบบเดียวกัน แม้จะไม่เคยตั้งชื่อให้มันมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “office air theory” ไม่ใช่แนวคิดทางการแพทย์จริง ๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากหลายปัจจัย ทั้งสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกายในแต่ละวัน

อากาศในออฟฟิศ ส่งผลต่อหน้าตาเราได้แค่ไหน?

แม้จะยังไม่มีงานวิจัยเฉพาะเกี่ยวกับ “office air theory” แต่ผิวของเราสามารถตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้หลายรูปแบบ

  • ออฟฟิศส่วนใหญ่ใช้แอร์หรือเครื่องทำความร้อน ซึ่งทำให้อากาศแห้ง ส่งผลให้ผิวแห้ง คัน ลอก หรืออักเสบ และอาจทำให้เมคอัพดูไม่เรียบหรือเป็นคราบ
  • การระบายอากาศไม่ดี รวมถึงฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ หรือไส้กรองอากาศที่ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดตาแห้ง ผิวระคายเคือง หรือผิวดูหมอง
  • อากาศในอาคารบางแห่งอาจมีมลพิษมากกว่าข้างนอก เช่น ฝุ่น ควัน สปอร์เชื้อรา หรือก๊าซจากเฟอร์นิเจอร์และพื้น
  • นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวกับอากาศโดยตรง เช่น
  • ผิวจะผลิตน้ำมันมากขึ้นตามเวลาในแต่ละวัน
  • การขาดน้ำ ความเครียด และความเหนื่อยล้า ทำให้หน้าบวม ใต้ตาคล้ำ เห็นชัดขึ้นช่วงบ่าย
  • การเผลอจับหน้า หรือขยี้ตาบ่อย ๆ จากสิ่งระคายเคือง ก็ทำให้ดูโทรมลงได้
  • แสงไฟในออฟฟิศและการจ้องหน้าจอนาน ๆ ทำให้ตาล้า แม้แสงสีฟ้าอาจมีผลต่อผิวบ้าง แต่ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับแสง UV

ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับผลกระทบเท่ากัน คนที่ผิวแพ้ง่าย หรือมีภูมิแพ้อาจเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดกว่า

แล้วมีความเสี่ยงต่อสุขภาพไหม?

การอยู่ในอาคารที่มีมลพิษสะสมเป็นเวลานาน เช่น เชื้อรา เรดอน หรือสารเคมี อาจเชื่อมโยงกับปัญหาระบบทางเดินหายใจหรือสุขภาพอื่น ๆ โดยเฉพาะในอาคารที่ดูแลไม่ดี

นอกจากนี้ หากมีน้ำรั่วหรือความชื้น อาจทำให้เกิดเชื้อรา ส่งผลให้หายใจลำบาก ไซนัส หรือหอบหืดในบางคน

การอยู่ในอาคารนานเกินไปยังทำให้ได้รับแสงแดดน้อย ส่งผลต่อนาฬิกาชีวิต (circadian rhythm) และเพิ่มความเสี่ยงขาดวิตามิน D

ซึ่งอาจทำให้เหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออารมณ์ต่ำ

รวมถึงการนั่งทำงานนาน ๆ ก็ส่งผลเสียต่อท่าทาง การไหลเวียนเลือด และสุขภาพข้อต่อในระยะยาว

วิธีดูแลตัวเองเมื่อทำงานในออฟฟิศ

  • ออกไปข้างนอกช่วงพักกลางวัน เพื่อรับอากาศและแสงธรรมชาติ
  • สอบถามเรื่องการดูแลออฟฟิศ เช่น การเปลี่ยนไส้กรองอากาศ หรือการตรวจเชื้อรา
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA ที่โต๊ะทำงาน
  • รักษาความสะอาดพื้นที่ทำงาน ลดฝุ่น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • พักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ
  • ทาครีมกันแดดทุกวัน แม้อยู่ในอาคาร
  • บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ และเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพอากาศ

ที่มาข้อมูล : verywellhealth.com, health.com

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย