
กองทัพบก โดย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสอบพื้นที่หลังการยึดคืนอธิปไตยจากสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี พล.ต.วินธัย สุวารี หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศปก.ทบ. พร้อมคณะ และกองกำลังบูรพา ร่วมลงพื้นที่ พร้อมรับฟังการบรรยายจาก พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12
สรุปข่าว
กองทัพบก โดย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสอบพื้นที่หลังการยึดคืนอธิปไตยจากสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี พล.ต.วินธัย สุวารี หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศปก.ทบ. พร้อมคณะ และกองกำลังบูรพา ร่วมลงพื้นที่ พร้อมรับฟังการบรรยายจาก พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12
พ.อ.ชัยณรงค์ ระบุว่า ในช่วงสถานการณ์การสู้รบระหว่างวันที่ 8–26 ธันวาคม ตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชามีการจัดตั้งที่มั่นทางทหารอย่างแข็งแรงตลอดแนวถนนสาย 58 หรือเส้น K5 ในลักษณะรูปตัว L มีบังเกอร์กว่า 29 แห่ง ทั้งตามแนวถนนและใกล้สระน้ำ UN ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นบ้านเรือนประชาชน ก่อนถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร
ส่วนประเด็นแนวเขตแดน ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาหลักเขต เนื่องจากมีพิกัดชัดเจนจากการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา ตั้งแต่ปี 2549–2550 โดยพื้นที่ที่มีข้อพิพาทเกิดจากความแตกต่างของการตีความแนวเส้นเขตแดน
นอกจากนี้ ระหว่างการควบคุมพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังพบร่องรอยการกระทำผิดของ ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตรวจพบอาคาร 2 หลัง ลักษณะโกดังและที่พัก ซึ่งเรียกว่า “โกดังจีนเทา” และ “โกดังรีสอร์ท” พร้อมตรวจยึด โทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง ซิมการ์ด 4 ชุด สมุดบัญชีธนาคาร 61 เล่ม และอุปกรณ์อินเทอร์เน็ต สอดคล้องกับการใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์
- ทบ.โต้กัมพูชาประท้วงไทยรุกล้ำโอร์เสม็ด ยืนยันปฏิบัติการตามถ้อยแถลงร่วม
- โฆษกทบ. ย้ำกองทัพไม่ได้ขัดขวางการเมือง ควรเลี่ยงชี้นำสังคมพาดพิงโดยไม่มีข้อพิสูจน์
- ผบ.ทบ. ชื่นชมความสำเร็จพิธีวันกองทัพบก กำชับกำลังพลวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
- กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงไฟไหม้รถเทรลเลอร์ในพื้นที่สุไหงโก-ลก ไม่ใช่เหตุระเบิด
ที่มาข้อมูล : กรมกิจการพลเรือนทหารบก
ที่มารูปภาพ : กรมกิจการพลเรือนทหารบก

