เปิดหลักฐานรังสแกมเมอร์โอร์เสม็ด จัดฉากสถานีตำรวจ - แบงก์ หลอกเหยื่อหลายชาติ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดหลักฐานรังสแกมเมอร์โอร์เสม็ด  จัดฉากสถานีตำรวจ - แบงก์ หลอกเหยื่อหลายชาติ

พลตำรวจเอกธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พร้อมด้วยพลโทธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ จาก 20 ประเทศ ลงพื้นที่ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยมีการบรรยายสรุปข้อมูลให้คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย หรือ AOT ได้รับทราบสถานการณ์และติดตามปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และขบวนการสแกมเมอร์ ในพื้นที่บริเวณชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

สรุปข่าว

ไทยพาคณะผู้ช่วยทูตทหาร 20 ประเทศ ลงพื้นที่โอรเสม็ด ฝั่งกัมพูชา พบหลักฐานเป็นฐานสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ จัดฉากสถานีตำรวจและธนาคารหลอกเหยื่อทั่วโลก ตรวจพบอาคารหลายหลังใช้เป็นที่พัก–ศูนย์ปฏิบัติการ แบ่งโซนตามสัญชาติ ทิ้งอุปกรณ์ เอกสาร และธนบัตรปลอมจำนวนมากหลังการกวาดล้าง

พลตำรวจเอกธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พร้อมด้วยพลโทธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ จาก 20 ประเทศ ลงพื้นที่ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยมีการบรรยายสรุปข้อมูลให้คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย หรือ AOT ได้รับทราบสถานการณ์และติดตามปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และขบวนการสแกมเมอร์ ในพื้นที่บริเวณชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

หลังการประชุม คณะทำงานและสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริง ณ บริเวณ โอรเสม็ด กัมพูชา ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อประเมินสภาพพื้นที่จริง และติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ โดยพื้นที่โอร์เสม็ด มีฐานสแกมเมอร์หลัก 2 แห่ง คือ โอร์เสม็ดรีสอร์ต และรอยัลฮิล  โดยเฉพาะในส่วนของ รอยัลฮิล ที่มีอาคารสูง 6 ชั้น จำนวน 3 อาคาร ใช้เป็นที่พักและห้องทำงานของสแกมเมอร์ ที่แยกเป็นประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินเดีย และมีอาคารผู้บริหารแยกออกมา 1 อาคาร รวมถึงห้องอาหาร ร้านค้า

ภายในอาคารต่างๆ มีหลักฐานมากมายที่กลุ่มสแกมเมอร์เคยใช้หลอกลวงประชาชน เช่น การจัดฉากหน่วยงานราชการของประเทศต่างๆ อาทิ สถานีตำรวจ และธนาคารที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ เอกสารรายชื่อของเหยื่อในประเทศต่างๆ เสื้อผ้าชุดตำรวจ รวมถึงยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ส่วนตัวทิ้งไว้ ซึ่งแต่ละห้องมีร่องรอยการถูกยิงทำลาย แต่ยังทิ้งร่องรอยและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้หลอกลวงเหยื่อ จำนวนมาก

ขณะเดียวกันนอกจากตึกดังกล่าวที่ทางคณะได้พาสื่อมวลชนและคณะOAT เข้าพิสูจน์ความจริงแล้ว ในบริเวณโดยรอบอาคารที่ถูกทำลายแล้ว โดยรอบๆในพื้นที่โอรเสม็ด ลึกเข้าไปในฝั่งกัมพูชา ยังคงพบอาคารของแก็งค์สแกมเมอร์ ที่ถูกสร้างขึ้นและตึกที่กำลังก่อสร้าง จำนวนมากถูกทิ้งไว้ โดยกลุ่มสแกมเมอร์ได้พากันเคลื่อนย้ายหลบหนีออกไปก่อนหน้าที่จะมีปฎิบัติการกวาดล้างดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นกลุ่มขบวนการแก็งค์สแกมเมอร์ ได้มีการปักหลักและขยายฐานอย่างใหญ่โตในพื้นที่โอรเสม็ด ก่อนที่จะถูกเข้าปฏิบัติการทำลายล้างกลุ่มดังกล่าว

จากที่พาคณะสื่อมวลชนและคณะ 0TA ทูตทหาร ได้ดูพื้นที่จริงของขบวนการดังกล่าวนี้ เพียง 1 ตึก และอีก 1 อาคาร เท่านั้น และยังมีอีกหลายตึกที่เชื่อว่าน่าจะมีการดัดแปลงเป็นแหล่งของกลุ่มสแกมเมอร์ในพื้นที่โอรเสม็ด ซึ่งปัจจุบันได้ถูกทำลายและควบคุมพื้นที่ดังกล่าวแล้ว เพื่อดำเนินการต่อไป โดยตึกสแกมเมอร์แบ่งออกเป็น 3 โซน อยู่ทั้ง 2 ฝั่งของบ่อนกาสิโน ทั้งฝั่งโอรเสม็ดรีสอร์ทและรอยัลฮิลล์ รีสอร์ท และมีการก่อสร้างตึกทอดยาวเหยียดไปหลายจุด มองเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้พบข้าวของ เสื้อผ้า กระจัดกระจายตามห้องพักต่างๆ โดยเฉพาะธนบัตรดอลล่าร์ปลอม ที่ใช้ไว้ถ่ายคลิปหลอกเหยื่อ ถูกทิ้งเกลื่อนพื้นอีกด้วย

พลโทธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบกเปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของการพามาเพื่อสื่อสารให้สังคมภายนอกได้รับรู้ว่าบริเวณที่แห่งนี้ เป็นการก่ออาชญารรมที่มีผลต่อมวลมนุษยชาติ ซึ่งจากการที่ตรวจพบ เราพบว่ามีอาคารหลายอาคารที่มีความสัมพันธ์กัน แล้วก็ตัวสแกมเซนเตอร์เองค่อนข้างจะมีโครงสร้างการจัดที่เป็นระบบ มีโปรของการทำงานที่มีความละเอียดและมีการวางแผน ที่ผ่านมาเราขอความร่วมมือไปหลายพื้นที่ ที่เราพบว่ามีคนไทยเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เหล่านี้ถูกกักขังและทรมาน แต่กลับได้คำตอบว่าเข้าไปดูแล้วไม่พบคนไทย จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ 

เจ้ากรมข่าวทหารบก บอกอีกว่า ย้อนกลับไปของการปะทะรอบที่ 2 เราจะพบว่าบริเวณนี้ครั้งแรก เราไม่มีการปฏิบัติการทางทหารใด ๆ แต่ว่า ครั้งที่ 2 เราตรวจพบโดรนบินขึ้นประมาณร้อยลำ ในห้วงนั้นมีการใช้โดรนพลีชีพหรือโดรนพุ่งชนแล้วทำให้เกิดระเบิด มีกำลังพลของเราบาดเจ็บ การขึ้นเป็นร้อยลำ ก็ทำให้เป็นเป้าหมายทางทหารอย่างชัดเจน ทางกองกำลังได้ตัดสินใจปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่แห่งนี้ จนพบว่าถูกใช้เป็นฐานแก๊งสแกมเมอร์ดังกล่าว

พลโทธีรนันท์ ยังบอกว่าหลังยุติการปะทะแล้ว ยังไม่พบว่าฝ่ายกัมพูชามีความพยายามจะกลับเข้ามาในพื้นที่ และหากมีไทยจะมีการกันไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในบริเวณนี้ ส่วนฝั่งตรงข้ามมีการสร้างถนน หรือบังเกอร์ ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งสองฝ่ายโดยหลักการทางทหารหลังปฏิบัติการทางทหารก็จะสร้างการป้องกันตนเอง เพื่อความปลอดภัยเพราะฉะนั้นการดำเนินการการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งสองฝ่าย การดำเนินการของเขาในฝั่งเขาอาจจะไม่ใช่สิ่งบอกเหตุที่จะรุกรานเรามากนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ต่างฝ่ายต้องระวังไว้

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top