
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงพัฒนาการสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา แบ่งเป็น 2 ประเด็นสำคัญ โดยประเด็นแรกกรณีกองกำลังกัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่ามีความจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าว
สรุปข่าว
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงพัฒนาการสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา แบ่งเป็น 2 ประเด็นสำคัญ โดยประเด็นแรกกรณีกองกำลังกัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่ามีความจำเป็นต้องออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าว
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ฝ่ายไทยใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างเต็มที่ และไม่ได้ตอบโต้ด้วยการใช้อาวุธ แต่เลือกใช้ช่องทางการสื่อสารกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามแนวทางถ้อยแถลงร่วมและข้อตกลงที่ได้ลงนามในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568
นอกจากนี้ ไทยได้ส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังกัมพูชา เรียกร้องให้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงคำขอโทษ และปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ส่งข้อความถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาแล้ว
ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชา โดยกองทัพภูมิภาคที่ 4 และกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้มีหนังสือชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการระเบิดของกระสุนชนิด DKZ ที่ตกค้างอยู่ในกองขยะ ระหว่างการจัดระเบียบและทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุอุบัติเหตุที่ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ประเด็นที่สอง การปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและประเด็นเขตแดน กรณีที่กัมพูชาประท้วงว่าไทยเข้ายึดครองและปฏิบัติการทางทหารในหลายพื้นที่ กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ไทยได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด การที่ทหารของทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในพื้นที่ภายหลังการหยุดยิง ถือเป็นการปฏิบัติตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วม ซึ่งเป็นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงกันไว้ และไม่ถือเป็นการยึดครองดินแดนแต่อย่างใด
ฝ่ายไทยจึงขอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลว่าไทยผนวกดินแดนกัมพูชาโดยมิชอบ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวทันที เนื่องจากเป็นการบ่อนทำลายบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาอย่างสันติ พร้อมย้ำไทยดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงในพื้นที่ของฝ่ายไทย ภายใต้หลักการหยุดยิง และเป็นไปตามข้อ 6 ของถ้อยแถลงร่วม ที่กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายละเว้นการกระทำยั่วยุหรือการปฏิบัติการทางทหารที่อาจเพิ่มความตึงเครียด รวมถึงการรุกล้ำเขตแดน น่านฟ้า หรือดินแดนของอีกฝ่าย
ทั้งนี้ ไทยยังคงยึดมั่นในกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมกับกัมพูชา โดยใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เป็นผู้พิจารณาประเด็นด้านกฎหมายและเทคนิค
- กองทัพภาคที่ 2 ย้ำปกป้องอธิปไตย คุมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เดินหน้าสันติภาพบนความจริงใจ
- สระแก้วระดมพล"บิ๊กคลีนนิ่ง”ฟื้นฟูบ้านหนองจาน ได้รับผลกระทบ BM-21
- สถิติชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2568 ตึงเครียดสูง แรงงานหาย 3 แสน ยาเสพติดทะลัก
- จิตอาสาพระราชทาน ภาค 2 เดินหน้าช่วยผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา
- ชายแดนไทย–กัมพูชา 1 ม.ค. 2569 ยังสงบ พบเสริมกำลัง-บินโดรนต่อเนื่อง
ที่มาข้อมูล : กระทรวงการต่างประเทศ
ที่มารูปภาพ : กระทรวงการต่างประเทศ

