จับตา ครม.สัญจร สงขลา จ่อเทงบพัฒนาพื้นที่ใต้ฝั่งอ่าวไทยกว่า 700 ล้านบาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตา ครม.สัญจร สงขลา จ่อเทงบพัฒนาพื้นที่ใต้ฝั่งอ่าวไทยกว่า 700 ล้านบาท

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำ ครม.สวมเสื้อผ้าบาติกลายสมิหลาของกลุ่มมีนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี สัญจรครั้งแรกของปี 2568 ที่จังหวัดสงขลา ภายใต้หัวข้อพลิกฟื้นอ่าวไทยสู่ความยั่งยืน

 

โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ หลาดสายเตราะ หรือ ตลาดสายเตราะ เทศบาลเมืองคอหงส์   ที่ได้นำผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดมาจัดแสดงผ่านวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นของดีของเด่นประจำจังหวัด  จากนั้นได้ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร พร้อมกล่าวกเริ่มการประชุม ว่า ได้รับการรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ ๔/๒๕๖๗   ซึ่งพบว่า ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย โดยสภาพัฒน์ฯ นั้น จะเห็นว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มีทิศทางที่ดีขึ้น

โดยขยายตัว ๓.๒% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงผลของมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการตลอดมา อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกที่เพิ่มมากขึ้น   แต่การใช้กำลังการผลิต ในประเทศ กลับลดลง จึงขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันเร่งหามาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างเร็วที่สุด 

 พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สรุปภาพรวม การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และสงขลาจากการลงพื้นที่ตรวจราชการ โดยสั่งการให้ที่ประชุม เร่งหาแนวทางสนับสนุนข้อเสนอในพื้นที่ เช่น   ขอให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ เร่งหาแนวทางสนับสนุนการปลูกกล้วยสายพันธุ์ของพัทลุง และทุเรียนภูบรรทัด ส่วนพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง มีศักยภาพสูงทั้งด้านการท่องเที่ยว  และ การประมง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยทางจังหวัดและภาคเอกชน มีข้อเสนอให้ขุดลอกทะเลน้อย กำจัดวัชพืชต่าง ๆ  รวมถึง ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งศึกษาการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญ และขอให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ ร่วมกับท้องถิ่น พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 


 โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่จังหวัดสงขลา วันนี้ มีกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยประกอบด้วย 5 จังหวัด ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา  มีการพิจารณาโครงการต่างๆ ที่จะช่วยเหลือพื้นที่ อาทิ  การให้ทุนนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย วงเงิน 32 ล้านบาท // แผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567-2571)วงเงิน 402 ล้านบาท //งบฟื้นฟูสาธารณูปโภคน้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้ วงเงิน 302 ล้านบาท  //การจัดเที่ยวบินขนส่งผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ รวมถึงความคืบหน้ารถไฟทางคู่ เชื่อมไทย มาเลเซีย และโครงการแลนบริดจ์


นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเสนอมาทั้ง 12 โครงการ อาทิ โครงการพัฒนาระบบ Soft Power โครงการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารภาคใต้ ครัวใต้สู่ครัวโลก เป็นต้น 


 

 

สรุปข่าว

นายกรัฐมนตรี นำถกครม. สัญจร ที่จว. สงขลาจับตาที่ประชุม เตรียมอนุมัติงบประมาณ พัฒนาพื้นที่ใต้ ฝั่งอ่าวไทย รวมๆแล้ว กว่า 700 ล้านบาท ทั้งการฟื้นฟูด้านสาธารณูปโภค การพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว รวมถึง การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำ ครม.สวมเสื้อผ้าบาติกลายสมิหลาของกลุ่มมีนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี สัญจรครั้งแรกของปี 2568 ที่จังหวัดสงขลา ภายใต้หัวข้อพลิกฟื้นอ่าวไทยสู่ความยั่งยืน

 

โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ หลาดสายเตราะ หรือ ตลาดสายเตราะ เทศบาลเมืองคอหงส์   ที่ได้นำผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดมาจัดแสดงผ่านวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นของดีของเด่นประจำจังหวัด  จากนั้นได้ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร พร้อมกล่าวกเริ่มการประชุม ว่า ได้รับการรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ ๔/๒๕๖๗   ซึ่งพบว่า ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย โดยสภาพัฒน์ฯ นั้น จะเห็นว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มีทิศทางที่ดีขึ้น

โดยขยายตัว ๓.๒% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงผลของมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการตลอดมา อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกที่เพิ่มมากขึ้น   แต่การใช้กำลังการผลิต ในประเทศ กลับลดลง จึงขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันเร่งหามาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างเร็วที่สุด 

 พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สรุปภาพรวม การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และสงขลาจากการลงพื้นที่ตรวจราชการ โดยสั่งการให้ที่ประชุม เร่งหาแนวทางสนับสนุนข้อเสนอในพื้นที่ เช่น   ขอให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ เร่งหาแนวทางสนับสนุนการปลูกกล้วยสายพันธุ์ของพัทลุง และทุเรียนภูบรรทัด ส่วนพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง มีศักยภาพสูงทั้งด้านการท่องเที่ยว  และ การประมง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยทางจังหวัดและภาคเอกชน มีข้อเสนอให้ขุดลอกทะเลน้อย กำจัดวัชพืชต่าง ๆ  รวมถึง ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งศึกษาการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญ และขอให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ ร่วมกับท้องถิ่น พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 


 โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่จังหวัดสงขลา วันนี้ มีกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยประกอบด้วย 5 จังหวัด ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และสงขลา  มีการพิจารณาโครงการต่างๆ ที่จะช่วยเหลือพื้นที่ อาทิ  การให้ทุนนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย วงเงิน 32 ล้านบาท // แผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567-2571)วงเงิน 402 ล้านบาท //งบฟื้นฟูสาธารณูปโภคน้ำท่วม 3 จังหวัดชายแดนใต้ วงเงิน 302 ล้านบาท  //การจัดเที่ยวบินขนส่งผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ รวมถึงความคืบหน้ารถไฟทางคู่ เชื่อมไทย มาเลเซีย และโครงการแลนบริดจ์


นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเสนอมาทั้ง 12 โครงการ อาทิ โครงการพัฒนาระบบ Soft Power โครงการพัฒนาศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารภาคใต้ ครัวใต้สู่ครัวโลก เป็นต้น 


 

 

ที่มาข้อมูล : tnn

ที่มารูปภาพ : tnn

avatar

TNNThailand

sticky-bar-top