
เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวง การต่างประเทศ ได้แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งผลการดำเนินการช่วยเหลืออพยพคนไทยกลับประเทศ
นายปาณิดล เปิดเผยว่า พัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงจากการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศบาห์เรน รวมถึงเหตุโจมตีในประเทศเลบานอนที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังไม่มีสัญญาณว่า ประเทศคู่ขัดแย้งหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน จะกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา แม้ว่าหลายประเทศในภูมิภาคจะเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งผ่านแนวทางทางการทูตก็ตาม
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว และมีผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 351 คน โดยในช่วงเช้าวันนี้ (10 มีนาคม) คนไทยกลุ่มสุดท้ายจากการอพยพรอบแรกในประเทศอิหร่านจำนวน 23 คน ได้เดินทางจากเมืองวาน ประเทศตุรกี กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศให้การต้อนรับ
นอกจากนี้ยังมีคนไทยอีก 69 คน ที่กำลังเดินทางออกจากอิหร่านเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองวานในวันนี้ และมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (11 มีนาคม)
สรุปข่าว
เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวง การต่างประเทศ ได้แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งผลการดำเนินการช่วยเหลืออพยพคนไทยกลับประเทศ
นายปาณิดล เปิดเผยว่า พัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงจากการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศบาห์เรน รวมถึงเหตุโจมตีในประเทศเลบานอนที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังไม่มีสัญญาณว่า ประเทศคู่ขัดแย้งหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน จะกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา แม้ว่าหลายประเทศในภูมิภาคจะเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งผ่านแนวทางทางการทูตก็ตาม
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว และมีผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 351 คน โดยในช่วงเช้าวันนี้ (10 มีนาคม) คนไทยกลุ่มสุดท้ายจากการอพยพรอบแรกในประเทศอิหร่านจำนวน 23 คน ได้เดินทางจากเมืองวาน ประเทศตุรกี กลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศให้การต้อนรับ
นอกจากนี้ยังมีคนไทยอีก 69 คน ที่กำลังเดินทางออกจากอิหร่านเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองวานในวันนี้ และมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (11 มีนาคม)
ในส่วนของประเทศอิรัก มีคนไทยอีก 14 คน อยู่ระหว่างการอพยพออกจากประเทศ โดยการประสานงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน เพื่อเดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ขณะเดียวกันสายการบิน Qatar Airways ได้แจ้งว่าจะมีเที่ยวบินมายังกรุงเทพฯ ในวันที่ 11 มีนาคม ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยยังคงอำนวยความสะดวก ดูแลให้คำแนะนำแก่คนไทยในพื้นที่ พร้อมประสานงานกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศข้างเคียงและเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
นายปาณิดล ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือให้คนไทยที่ยังพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงอย่างเด็ดขาดและพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ เพื่อให้สามารถติดต่อและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของคนไทยทุกคน และประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้แนวทางทางการทูตและการเจรจา เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ขยายวงกว้าง
- กต. รับตัว 23 คนไทยกลับจากอิหร่าน เตรียมอพยพเพิ่มอีก 69 ชีวิต เร็วๆ นี้
- ก.แรงงาน เปิดมาตรการช่วยแรงงานไทย กลับจากวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
- นายกฯ ประชุมพลังงาน รับมือเหตุตะวันออกกลาง ย้ำไม่ให้กระทบปชช.
- “สันติ” สั่งลุย 6 มาตรการเร่งด่วนคุ้มครองผู้บริโภค รับมือราคาสินค้าผันผวน
- “อรรถกร” ถกรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง สั่งดูแลนักท่องเที่ยวใกล้ชิด
